โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2499 ให้วันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็น วันครู โดยถือเอาวันที่ประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็น วันครู และให้กระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้นักเรียนและครูหยุดในวันดังกล่าว
การจัดงานวันครู ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2500 ในส่วนกลางใช้สถานที่ของกรีฑาสถานแห่งชาติเป็นที่จัดงาน งานวันครูนี้ได้กำหนดเป็นหลักการให้มีอนุสรณ์งานวันครูไว้ให้แก่อนุชนรุ่น หลังทุกปี อนุสรณ์ที่สำคัญคือหนังสือประวัติครู หนังสือที่ระลึกวันครู และสิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุ
กิจกรรมทางศาสนา
พิธีรำลึกถึงครูบาอาจารย์ โดยมีพิธีปฏิญานตน รวมไปถึงการกล่าวระลึกถึงพระคุณของครู กิจกรรมจัดเพื่อความสามัคคีระหว่างผู้ปกครองกับคุณครู อาจจะเป็นการแข่งขันกีฬาเพื่อความสามัคคี หรืองานเฉลิมฉลองต่างๆ
สิ่งมงคลที่ใช้ในวันไหว้ครู
ในธรรมเนียมดั้งเดิม การไหว้ครูอย่างสมบูรณ์มักประกอบด้วยดอกไม้สำคัญ 4 ชนิด ได้แก่ ดอกมะเขือ หญ้าแพรก ดอกเข็ม และข้าวตอก ซึ่งแต่ละชนิดล้วนมีความหมายลึกซึ้งสะท้อนถึงคุณลักษณะที่พึงปรารถนาในตัวศิษย์ ทั้งในด้านการเรียนรู้ ความขยันหมั่นเพียร ความมุ่งมั่น และความบริสุทธิ์ใจ มาร่วมรำลึกและทำความเข้าใจความหมายอันดีงามของธรรมเนียมนี้ไปพร้อมกัน!
ดอกมะเขือ
มีลักษณะโน้มต่ำ จึงเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนน้อมถ่อมตน การใช้ดอกมะเขือไหว้ครูช่วยให้ศิษย์พร้อมที่จะเรียนรู้และเติบโตในวิชาต่างๆ เช่นเดียวกับมะเขือที่มีเมล็ดมากและงอกงามง่ายในทุกที่
หญ้าแพรก
มีลักษณะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและแพร่กระจายไปได้มาก จึงเป็นสัญลักษณ์ของสติปัญญาที่จะเจริญงอกงามและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว หากนำหญ้าแพรกและดอกมะเขือไหว้ครู สติปัญญาของศิษย์จะเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
ดอกเข็ม
มีปลายแหลม จึงสื่อถึงสติปัญญาที่แหลมคม และรสหวานของเกสรดอกเข็มแสดงถึงประโยชน์และความสดชื่นจากการเรียนรู้ ทำให้ชีวิตมีความหวานและประโยชน์จากความรู้
ข้าวตอก
เป็นสัญลักษณ์ของความมีระเบียบวินัย แม้คนจะมีความซุกซนหรือเกียจคร้าน แต่การเรียนรู้ต้องควบคุมตนเองให้มีระเบียบ หากไม่ควบคุมตนเองจะเหมือนข้าวที่ถูกคั่วแต่ไม่สามารถกลายเป็นข้าวตอกได้