แต่ที่อยากให้เห็นวันนี้ ทีมของผมรายงานผู้ป่วยที่เกิดการอักเสบของแบคทีเรียจะเรียกว่ากินเนื้อก็ได้ ที่เกิดจากแบคทีเรียที่อยู่ในน้ำทะเล โดยทั่วไปจะเป็น Shewanella algae
แต่รายงานนี้เป็นรายงานแรกที่ผมได้รายงานเป็นภาษาอังกฤษ ที่เกิดจากเชื้อ Shewanella haliotis ในผู้ป่วยที่กินยากดภูมิต้านทาน
แบคทีเรียตัวนี้ที่พบครั้งแรกพบในหอยเป๋าฮื้อ ทีมของเราได้ เผยแพร่ในในวารสาร EID โดยรอยโรคการติดเชื้อเกิดที่ขาเป็นภาพที่ไม่น่าดูเลย จึงต้องขอ เบลอภาพดังกล่าว
ทั้งนี้เคยมีบทความเตือนถึงการเฝ้าระวัง แบคทีเรียกินเนื้อ ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ใน The Academic Journal Scientific Report ซึ่งเผยว่าปีนี้ให้เฝ้าระวังแบคทีเรียกินเนื้อมีชื่อว่า Vibrio Vulnificus ซึ่งกำลังเพิ่มปริมาณมากขึ้นในทะเล จากสภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำทะเลอุณหภูมิสูงขึ้น
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเยล ยังออกโรงเตือนอีกว่า หากมีบาดแผลไม่ควรเล่นน้ำทะเลเนื่องจากแบคทีเรียกินเนื้อจะสามารถเข้าไปส่งผลเกิดการติดเชื้อ ทำให้เกิดโรคแบคทีเรียกินเนื้อ (flesh-eating disease หรือ necrotizing fasciitis) ซึ่งเป็นโรคเนื้อเน่าเป็นภาวะติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนที่อาจส่งผลให้ผิวหนังและกล้ามเนื้อถูกทำลายได้ ผู้ป่วยอาจมีอาการร้อนบริเวณผิวหนัง ผิวเปลี่ยนเป็นสีแดง รู้สึกเจ็บปวดบริเวณแผลซึ่งจะรู้สึกปวดมาก
เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวนางแบบสาวชาวอเมริกัน เป็นแผลเล็กๆ ที่ขาลงเล่นน้ำทะเลเกิดอาการติดเชื้อ ช็อก มีภาวะไตวายและต้องตัดขาทิ้ง หมอชี้เป็น โรคเนื้อตายหรือ แบคทีเรียกินเนื้อ (necrotizing fasciitis) และจากรายงานพบผู้ป่วยจากแบคทีเรียกินเนื้อในประเทศสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปีที่ผ่านมามีผู้ที่ติดเชื้อจากแบคทีเรียกินเนื้อแล้ว 5 ราย จากการเล่นน้ำในอ่าวเม็กซิโกซึ่งมีอุณหภูมิสูงขึ้น มีผู้รอดชีวิตเป็นเด็กหญิงอายุ 12 ปีได้รับแบคทีเรียกินเนื้อหลังจากเล่นน้ำในอ่าวเดสติน รัฐฟลอริดา มีอาการปวดขามาก และตรวจพบว่าติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อที่บริเวณเข่า การรักษาต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง
นอกจากนี้ มนุษย์เรายังสามารถติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อได้จากการน้ำดื่ม หรือจับสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็งซึ่งอยู่ในน้ำ ที่อาจมีแบคทีเรียปนเปื้อนได้ เช่น หอยนางรมดิบ ปูทะเลดิบ และอาจติดเชื้อโดยเข้าทางแผล จากผู้ที่มีบาดแผลเมื่อเล่นน้ำทะเล รวมทั้งผู้มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ซึ่งการติดเชื้อจากแบคทีเรียนี้ทำให้เกิดอาการปวด คลื่นไส้ และมีอาการเหมือนเป็นหวัด และทำลายร่างกายอย่างรวดเร็ว
ขอบคุณภาพและข้อมูล : FB Sonthi Kotchawat
FB : Yong Poovorawan