เชียงใหม่ พบจุดความร้อนจากไฟป่าถึง 227 จุด ขึ้นแท่นอากาศแย่อันดับ 2 ของโลก
ด้าน ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดเชียงใหม่ รายงานจุดความร้อนจากไฟป่า 227 จุด กระจายอยู่ใน 16 อำเภอ จากทั้งหมด 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ พบมากที่สุดยังอยู่ที่อำเภอเชียงดาว 54 จุด รองลงมาคือสันทราย 29 จุด แม่แตง 29 จุด
เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ ทีมเหยี่ยวไฟ ทีมเสือไฟ ทีมสิงห์ไฟ ฝ่ายปกครองและชาวบ้านจิตอาสา ระดมกำลังช่วยกันดับไฟที่กระจายอยู่ทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่อำเภอเชียงดาว ซึ่งเริ่มเกิดไฟไหม้ลุกลามอย่างหนักบนพื้นที่ป่าภูเขาสูง ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องระดมกำลังเข้าไปดับไฟ พร้อมเสริมกำลังออกลาดตระเวนดับไฟป่า รวมถึงปฏิบัติการเชิงจิตวิทยาเพื่อป้องปรามไม่ให้มีคนลักลอบเข้าไปจุดไฟเผาป่าเพิ่ม
ส่วนคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ช่วงเช้าวันนี้ จากการรายงานของแอปพลิเคชันเช็คฝุ่น ที่ใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ดาวเทียมของ GISTDA พบว่า ค่า PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับสีแดงส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งหมด 25 อำเภอ วัดได้ระหว่าง 116 – 172 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มากที่สุดคืออำเภอสันทราย
ขณะที่เว็บไซต์ IQAir ที่คอยจัดอันดับคุณภาพอากาศของเมืองสำคัญทั่วโลก ได้จัดอันดับเมืองที่มีคุณภาพอากาศดีที่สุด และแย่ที่สุด โดยมีรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ (7 มี.ค. 67) จังหวัดเชียงใหม่ อยู่อันดับ 2 ของเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก มีค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ
ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ออกปฏิบัติการลดฝุ่นควัน
ขณะที่ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ได้นำเทคนิคการก่อเมฆและการดัดแปรสภาพอากาศ มาใช้ในการดูดซับฝุ่น เพื่อลดฝุ่นควัน เผยได้ผลดีเทียบเท่าฝนตก และไม่ส่งผลกระทบพืชผลทางการเกษตร โดยวางแนวทางไว้ 3 วิธี คือการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อให้เกิดฝนตกในพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ป่าไม้ ช่วยลดการเกิดไฟป่า
ส่วนในวันที่ความชื้นในอากาศเหมาะสม คือมีมากกว่าร้อยละ 60 จะใช้วิธีการก่อเมฆและเลี้ยงเมฆให้อ้วนขึ้น เพื่อดูดซับฝุ่นละอองและระบายฝุ่นออกจากพื้นที่ หากความชื้นในอากาศน้อยกว่าร้อยละ 60 จะทำการดัดแปลงสภาพอากาศ โดยใช้เทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผันด้วยการโปรยน้ำแข็งแห้งหรือน้ำลดอุณหภูมิ เป็นการเจาะชั้นบรรยากาศให้อากาศสามารถยกตัวและเกิดการระบายของอากาศได้ดีขึ้น เป็นการระบายฝุ่นละอองออกจากพื้นที่โดยไม่ทำให้ฝนตก แต่มีประสิทธิภาพดีเทียบเท่ากับการเกิดฝน และไม่ส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว โดยเฉพาะช่วงต้นลมของพื้นที่เป้าหมายที่มีแนวโน้มเกิดหมอกควันทางตอนบนของจังหวัด เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน
ซึ่งที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ปฏิบัติการไปแล้ว 13 วัน 16 เที่ยวบิน ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่, สะเมิง, แม่วาง, แม่ออน, แม่แตง, พร้าว, ฮอด, ดอยเต่า และอมก๋อย
นายกฯ จ่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟป่า-ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ หลังบินกลับจากยุโรป
มีรายงานว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ติดตามสถานการณ์ไฟป่า ในพื้นที่ภาคเหนือ อย่างเป็นห่วง เพราะส่งผลกระทบวงกว้าง หมอกควันอุปสรรคการสัญจร ทั้งทางบก และอากาศ พื้นที่ป่า และที่สำคัญฝุ่น PM 2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเผาไหม้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการเข้มให้ทุกหน่วยงานทั้ง พลเรือน และกองทัพ ระดมสรรพกำลังร่วมกันดับไฟป่า ตรึงกำลังป้องกันแนวไฟลุกลาม อย่างเข้มข้น ขอให้ประชาชนป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ไม่อยู่ในพื้นที่กลางแจ้ง สวมหน้ากากอนามัย และหากมีอาการระบบหายใจ รีบพบแพทย์ ซึ่งได้สั่งสาธารณสุขให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึง
โดยในวันที่ 16 มีนาคม นี้ ทันทีหลังกลับจากภารกิจการเยือนยุโรป ตามคำเชิญของรัฐบาลฝรั่งเศสและเยอรมัน (Official Visit) นายกฯ จะลงติดตามสถานการณ์และการแก้ปัญหา ด้วยตนเองร่วมกับภาคส่วนที่ปฏิบัติการดูแลการป้องกันและดับไฟด้วย