นายสามารถ กล่าวต่อว่า พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พศ.2551 มาตรา 37 กำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือมีการกระทำซึ่งลักษณะลามกอนาจาร หรือมีผลกระทบต่อให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจ หรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ในวรรคแรกห้ามมิให้ออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาสาระที่ก่อให้เกิดการล้มล้างระบบประชาธิปไตยอันมีสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข วันนี้ถ้ามีการนำเสนอข่าวว่า มีเด็กคนหนึ่งอดอาหารเพื่อที่จะให้มีการแก้มาตรา 112 เพื่อให้ปล่อยคนที่กระทำผิดมาตรา 112 ตนคิดว่านี่คือการ ทำลายระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
นายสามารถ ยังกล่าวต่อถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ว่า ความผิดมันสำเร็จแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่า การกระทำของพรรคก้าวไกลในเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 เป็นการล้มล้างการปกครอง มันเป็นหน้าที่ของท่านแล้ว ถ้ามี กกต.แล้วไม่ทำอะไร ตนว่าอย่ามีเลย ตนจะไปแจ้งความจับท่าน ก็มีคนโทรมาหาว่า อย่าไปทำเลย กกต.กำลังทำอยู่ ตนก็ให้เวลาท่าน แต่ถ้าสิ้นเดือนมีนาคม ท่านยังไม่ทำ ตนจะไปแจ้งตำรวจและ ปปช.ให้ดำเนินคดีกับท่าน
“วันนี้ชัดเจนศาลมนูญวินิจฉัย มติ 9 ต่อ 0 เป็นเอกฉันท์ ซึ่งคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร ตอนที่ กกต.ยุบพรรคไทยรักษาชาติยังไม่มีคำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ แต่ กกต.ใช้เวลาในการยื่นยุบพรรคเพียงนิ้วมือนับได้ แล้วศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยเพียงหลักเดือนเท่านั้นเอง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า เกิดสอง สาม สี มาตรฐานสามหรือไม่ วันนี้ความผิดชัดเจน ขอฝาก กกต.ทำหน้าที่ให้ถูกต้อง อย่างเป็นกลางและเป็นธรรมด้วย“
ทั้งนี้คอมเมนท์สนับสนุนให้กำลังใจ และเห็นด้วยกับ นาย สามารถ อย่างมากมาย คนดูเป็นล้านวิว เลยทีเดียว