svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สังคม

เอาจริง! "บิ๊กทิน"นั่งเรือตรวจเส้นทางขนยา "แม่น้ำโขง" ลั่นทหารต้องปลอดยา  

06 ธันวาคม 2566

“สุทิน”เอาจริง!  นโยบายปราบปรามยาเสพติด นั่งเรือตรวจเส้นทางขนยา "แม่น้ำโขง"  พร้อมปรับค่ายเป็นศูนย์บำบัด  ลั่นทหารต้องปลอดยา 

6 ธันวาคม 2566 นายสุทิน  คลังแสง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  กล่าวถึง  นโยบายปราบปรามยาเสพติดว่า เป็นภารกิจของกองทัพที่มีมานานแล้วเพราะทุกรัฐบาลมีการขับเคลื่อนมาโดยตลอด  และสำหรับนโยบายของรัฐบาลชุดนี้   มีการขีดเส้นว่าต้องเห็นชัดเจนขึ้น  โดยทหารต้องมีส่วนร่วมและช่วยเหลือรัฐบาลในการปราบปรามทุกทาง ทั้งต้นน้ำ  กลางน้ำ  และปลายน้ำ ภายหลังการประชุมสรุปปัญหายาเสพติด ชายแดน โดยเฉพาะเส้นทางขนถ่ายยาเสพติดตลอดแม่น้ำโขง ที่กองกำลังสุรศักดิ์มนตรีเดินทางร่วมตรวจเส้นทางการขนถ่ายยาเสพติดทางน้ำที่เป็นปัญหาที่สำคัญมากเพราะตลอดแม่น้ำโขง กลุ่มผู้ค้ายาสามารถลักลอบขนยาเสพติดข้ามได้ตลอดเพราะเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอ ขาดเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยสอดส่องหรือสกัดการขนถ่ายยาเสพติดที่มีปริมาณที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น 

เอาจริง! "บิ๊กทิน"นั่งเรือตรวจเส้นทางขนยา "แม่น้ำโขง" ลั่นทหารต้องปลอดยา  

นายสุทิน กล่าวว่า การปราบปรามต้นน้ำคือ การสกัดกั้นยาเสพติดตลอดแนวชายแดน  ทั้งทางบกที่มีกว่า  3  พันกิโลเมตร  และทางน้ำอีกกว่า 2 พันกิโลเมตร  ส่วนกลางน้ำคือความร่วมมือระหว่าง กอ.รมน. จังหวัด สนธิกำลังกับฝ่ายปกครองและตำรวจช่วยในการปราบปรามจับกุมเช่นเดียวกับปลายน้ำ หรือการบำบัด  ที่ผ่านมามีค่ายวิวัฒน์พลเมืองซึ่งถือเป็นโมเดลที่ทำสำเร็จมาแล้ว   กองทัพจึงต้องปรับเปลี่ยนไปตามกฎหมายเพื่อใช้ประโยชน์  โดยเฉพาะค่ายฝึกของทหารเกณฑ์   ซึ่งแน่นอนว่าทหารที่มาสมัคร มีเยาวชนบางส่วนติดยา  จึงเป็นอีกช่องทางที่ต้องนำเยาวชนที่มีปัญหาเข้ามาฝึก และพร้อมกับบำบัดไปด้วย    

“เป็นกระบวนการที่เข้มแข็ง  แบบยิงนกทีเดียวได้ 2 ตัว  หนึ่งคือได้ฝึกทหารที่เตรียมพร้อมรบ  สองคือได้แก้ปัญหายาเสพติด   เพราะทหารที่จะพร้อมรบต้องเลิกยาเสพติดก่อน  มั่นใจกองทัพช่วยรัฐบาลได้เยอะแน่นอน   เราเน้นย้ำ   แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติ   มีการชี้แนะเรื่องเครื่องมือที่ทันสมัย   รัฐบาลก็พร้อมส่งเสริม“  นายสุทิน กล่าว 

เอาจริง! "บิ๊กทิน"นั่งเรือตรวจเส้นทางขนยา "แม่น้ำโขง" ลั่นทหารต้องปลอดยา  

ก่อนหน้านี้  กระทรวงกลาโหม  ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแก้ไขปัญหาผู้มีอาการทางจิตจากยาเสพติดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล (Quick Win) ร่วมกับผู้แทนจาก สำนักงาน ป.ป.ส., กอ.รมน. และ กอ.รมน.จังหวัดเป้าหมาย, มท., สป.สธ., กรมสุขภาพจิต, กรมการแพทย์, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเตรียมความพร้อมและซักซ้อมความเข้าใจในการดำเนินงานดูแลและส่งต่อผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตฯ ซึ่งที่ประชุมฯ ได้เห็นชอบเรื่องต่างๆ ดังนี้ 

  1. แนวทางปฏิบัติการดำเนินงานดูแลส่งต่อผู้มีอาการทางจิตเวช อันเนื่องจากการใช้ยาเสพติด โดยปรับปรุงแก้ไขบทบาทของศูนย์พักคอย จากเดิมมีหน้าที่ในการดูแลผู้มีอาการทางจิตฯ กลุ่มสีเหลือง เป็นการดูแลและให้การบำบัดรักษาผู้มีอาการทางจิตฯ กลุ่มสีส้มอย่างจำกัด ก่อนส่งต่อไปรับการบำบัดรักษา ณ สถานพยาบาลยาเสพติด  
  2. สำนักงาน ป.ป.ส. และ สป.สธ. จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือเพื่อจัดทำแนวทางในการดำเนินงานของศูนย์พักคอย ในประเด็นต่างๆ ทั้งการพิจารณาออกกฎหมายรองรับการดำเนินงานของศูนย์พักคอย   มาตรฐานศูนย์พักคอยและอัตรากำลังเจ้าหน้าที่  จัดทำ SOP และระบบการรับและส่งต่อผู้มีอาการทางจิต  และการสนับสนุนบุคลากรวิชาชีพเฉพาะจากกระทรวงสาธารณสุข  
  3. กอ.รมน. เป็นหน่วยร่วมบูรณาการ
  4. กรอบแนวทางขั้นต้นในการจัดตั้งศูนย์พักคอยของ ทบ.

- ระยะที่ 1 (ธ.ค.66 - ก.พ.67 ) เปิดศูนย์พักคอย จำนวน 40 เตียง ในพื้นที่เป้าหมายตามที่สำนักงาน ป.ป.ส. กำหนด 
- ระยะที่ 2 (ม.ค.67 เป็นต้นไป) เปิดศูนย์พักคอย จำนวน 50 เตียง ภายในโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพบก   
- ระยะที่ 3 (ตามความพร้อมและศักยภาพของหน่วย) เปิดศูนย์พักคอยในโรงพยาบาลสังกัดกองทัพบก  ในส่วนที่เหลืออีก 27 แห่ง รวม 110  เตียง รวมถึงพิจารณาจัดตั้งในพื้นที่อื่น ภายใต้เงื่อนไขการมีกฎหมายรองรับการดำเนินงานของศูนย์พักคอย และการได้รับการสนับสนุนบุคลากรวิชาชีพฯ การฝึกอบรมฯ และงบประมาณ