ชาวภูกระดึงเห็นด้วย 99%
นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอภูกระดึง เปิดเผยว่า เรื่องกระเช้าขึ้นภูกระดึงประชาชนในพื้นที่มีความหวังและรอมานาน และมีมากถึงร้อยละ 99 เห็นด้วยกันทั้งอำเภอ ไม่ว่าจะเป็นลูกหาบ ร้านค้าต่างๆ ในอำเภอภูกระดึง และบนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ลูกหาบส่วนใหญ่อายุมากแล้ว เริ่มทำอาชีพลูกหาบไม่ไหว ที่สำคัญปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจำนวนลดลงทุกปี นอกจากนี้ ยังมีปัญหานักท่องเที่ยวเสียชีวิตทุกปี ส่วนใหญ่บริเวณซำแฮก หรือก่อนถึงบริเวณซำแฮกเกิดขึ้นทุกปี รวมถึงเรื่องการนำคนเจ็บป่วยลงจากภูกระดึง ซึ่งการที่นักท่องเที่ยวลดลงทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ไม่ค่อยดี คน อ.ภูกระดึง อยากให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวฟื้นกลับมา
คนภูกระดึงก็รักและหวงแหนสิ่งแวดล้อม
“ส่วนข้อกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม เชื่อว่าคนภูกระดึงก็รักและหวงแหนสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน ในเรื่องนี้จึงจะอยากจะฝากถึงองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(อพท.) ที่จะทำผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA สภาพสิ่งแวดล้อมอุทยานฯภูกระดึงปัจจุบัน ให้ศึกษาและเสนอถึงเรื่องก่อสร้างอารยสถาปัตย์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในส่วนด้านล่างของอุทยานฯ ส่วนด้านบนให้คงรักษาอนุรักษ์ให้เหมือนเดิม หากมีการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงจริง คาดว่าจะมูลค่าการท่องเที่ยวมีเงินสะพัดใน อ.ภูกระดึง ไม่น้อยกว่า 7 หมื่นล้านบาทต่อปี” นายภูริวัจน์ กล่าว
ทั้งนี้จากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ จ.หนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอโครงการของแต่ละจังหวัดให้ครม.พิจารณา โดย จ.เลย ได้เสนอโครงการสร้างกระเช้าลอยฟ้าขึ้นภูกระดึงเข้ามาด้วย โดยครม.ได้อนุมัติในหลักการ เพื่อนำไปเรียงลำดับพิจารณาความสำคัญในการจัดสรรงบประมาณ โดยรายละเอียดโครงการ มีการเสนอให้ออกแบบการก่อสร้างใช้งบประมาณ 28 ล้านบาท นำไปประกอบการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาได้ทำ EIA มาแล้วหลายครั้ง โดยการก่อสร้างใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน
กระเช้าขึ้นภูกระดึง คิดมาแล้วเกือบ 3 ทศวรรษ
อย่างไรก็ตาม โครงการก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง เริ่มมีแนวคิดตั้งแต่ปี 2539 หลังจากนั้นถูกประชาชนคัดค้านหลายครั้ง จนกระทั่งยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี นายชุมพล ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้ตอบกระทู้ถามนางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สส.จังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย เรื่อง โครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าในบริเวณอุทยานแห่งขาติภูกระดึง โดยได้แสดงรายงานผลการศึกษา “โครงการศึกษาเพื่อกำหนดรูปแบบและวิธีการจัดการด้านนันทนาการ/การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง” โดยกรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (พฤษภาคม 2543) สรุปได้ว่า
กรณีมีกระเช้าลอยฟ้า
ปัญหา
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการ พัฒนาโครงการกระเช้าลอยฟ้า
- ด้านชีวภาพและกายภาพต่อทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นและระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นของฤดูท่องเที่ยว
- ฝ่ายบริหารอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จะต้องรับภาระหนักขึ้นในการอํานวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
- กระทบต่ออาชีพรายได้ของลูกหาบ
ข้อจำกัด
- ด้านกฎหมาย (การดำเนินการพัฒนากระเช้าลอยฟ้า ต้องเป็นไปตามพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และระเบียบกรมป่าไม้)
- พื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตลุ่มน้ำชั้น 1 A และ 1 B ก่อนใช้ประโยชน์ต้องทำเรื่อง ขอยกเว้นมติ ครม.และจะต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA
- ยังขาดสิ่งอํานวยความสะดวกที่จําเป็น สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาใช้บริการกระเช้าลอยฟ้า
ศักยภาพ
- กระเช้าลอยฟ้า ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาภูกระดึงมากขึ้น และการท่องเที่ยวเป็นไปได้ทุกฤดูกาล
- อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะขยายตัวขึ้น เกิดผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของชุมชนและภูมิภาค
- เพิ่มศักยภาพในการจัดการปัญหาขยะ ของภูกระดึง โดยการลําเลียงขยะลงมา กําจัดภายนอกเขตอุทยาน ฯ
- เป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติงานควบคุมและป้องกันการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติบนภูกระดึง
ข้อดี
- เป็นการอํานวยความสะดวกและเพิ่มโอกาสการท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มทุกวัย
- เป็นประโยชน์ในกรณีฉุกเฉิน อุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยกะทันหัน สามารถลําเลียงผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที
- ก่อให้เกิดการกระจายรายได้และการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ
ข้อเสีย
- เกิดผลกระทบต่ออาชีพและรายได้ของลูกหาบ
- อาจเกิดปัญหาการผูกขาดในธุรกิจ ด้านการบริการ
- ทำลายเอกลักษณ์ในการท่องเที่ยว ภูกระดึง และทำลายทัศนียภาพ
- กระเช้าไฟฟ้า จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดสิ่งก่อสร้างในลักษณะเมือง และปัญหาของเมืองในพื้นที่อุทยานฯ
- ใช้งบประมาณมาก
นอกจากนี้ยังมีการล่ารายชื่อคัดค้านผ่านเว็บไซด์ change.org ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 2 มีนาคม 2559 ได้รายชื่อรวมกว่า 17,000 รายชื่อ ที่ร่วมลงชื่อคัดค้านการสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง โดยนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน(ในขณะนั้น) ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนที่มีหัวใจรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำ 17,000 รายชื่อ มอบแก่นายกิตติ ลักษมีมงคล ผู้อำนวยการส่วนประสานการเมือง สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งต่อไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ และนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อระงับโครงการก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง