พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย
16:14 น. วันนี้ ถึง 16:14 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และตาก
- อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดมุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
- อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคกลาง
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และนครปฐม
- อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
- ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด
- อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์
ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพฯและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
เช็กพื้นที่เสี่ยงภัย ได้ที่นี่ >>
พยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม.:(นับตั้งแต่ 07.00น. ถึง 07.00น.วันรุ่งขึ้น) 10 วันล่วงหน้า ระหว่าง ุ23 ต.ค.- 1 พ.ย.66 อัพเดท 2023102212 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) :
23 ตุลาคม 2566 มวลอากาศเย็น (ความกดอากาศสูง)กำลังปานกลาง ยังแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลมหนาวเริ่มพัดปกคลุม อากาศเริ่มเย็นลงในตอนเช้า ฝนภาคอีสานน้อยลง ยังมีอยู่บ้างบริเวณภาคเหนือด้านตะวันตก ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก กทม.และปริมณฑล ช่วงวันหยุดยาวเดินทางท่องเที่ยว มีโอกาสได้สัมผัสทะเลหมอก ตามยอดภู ยอดดอย บริเวณทางตอนบนของภาคเหนือ ภาคอีสาน ขอให้ระมัดระวังการเดินทางสัญจรและรักษาสุขภาพช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง
ส่วนภาคใต้และในอ่าวไทย ยังมีฝนและตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้และอ่าวไทยยังคงมีฝน/ฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไวด้วย คลื่นลมกำลังอ่อนถึงปานกลาง ระมัดระวังบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
ส่วนช่วง 24 - 28 ต.ค. 2566 มวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคอีสาน มีกำลังอ่อนลงบ้าง ทำให้มีลมตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้ (ในระดับกลางๆ) พัดแทรกเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ความชื้นสูง ทำให้ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก มีฝนเกิดขึ้นได้ ส่วนใหญ่ยังเป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง (สีฟ้าถึงสีเขียว) ยังต้องระมัดระวังสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงในระยะนี้ ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดู ทิศทางลมมีการเปลี่ยนแปลง และมีฝนปนกับอากาศเย็น ระมัดระวังสุขภาพช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง เมฆมาก ความชื้นสูงในระยะนี้ เกษตรกรที่กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องระวัง อาจได้รับความเสียหายได้
ส่วน 29 ต.ค. - 1 พ.ย. 2566 มวลอากาศเย็นจะเริ่มแผ่ลงมาอีกระลอก ลมหนาวจะเริ่มกลับมาพัดอีกครั้ง สัญญาณการเริ่มต้นฤดูหนาว เริ่มชัดขึ้น ภาคอีสานอากาศเย็นลง ส่วนภาคใต้ยังมีฝนได้ต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
(ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ภายใต้เงื่อนไขของปีที่เกิดปรากฎการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้สภาวะฝนและพายุเปลี่ยนแปลงไป ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ)
ออกประกาศ 23 ตุลาคม 2566
ขอขอบคุณที่มา กรมอุตุนิยมวิทยา