svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สังคม

เปิดเซฟ "ชัช เตาปูน" สุดยอดนักสะสมพระเครื่องดัง เผยมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท  

23 กันยายน 2566
1.1 k

ทำเอาวงการนักสะสมพระเครื่องสะเทือน หลังมีการเผยแพร่ข้อมูล ชัช เตาปูน สส.รวมไทยสร้างชาติ สะสมพระเครื่องดังจำนวนมากเกือบ 50 รายการ สนนราคาตั้งแต่ระดับหลักแสนถึงหลักร้อยล้านบาท โดยมูลค่ารวมกันมากกว่า 498 ล้าน สายพระ สายมู สานส่องต้องรีบไปส่องรายละเอียดให้ไว

หากจะเอ่ยชื่อ "ชัชวาลล์ คงอุดม" ก็คงไม่คุ้นหูมากเท่า ชื่อ "ชัช เตาปูน" เป็นอีกหนึ่งนักการเมืองท่านหนึ่ง ที่ชื่นชอบและสะสมพระเครื่องไว้จำนวนมาก จนได้รับฉายา "เจ้าพ่อพระเครื่อง" เลยทีเดียว ดังจะเห็นได้จากข้อมูลของ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เปิดเผยรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เปิดเซฟ "ชัช เตาปูน" สุดยอดนักสะสมพระเครื่องดัง เผยมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท  

โดยล่าสุด นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ชี้แจ้ง ดังนี้ มีทรัพย์สินรวมคู่สมรส รวมทั้งสิ้นกว่า 1.06 พันล้านบาท มีหนี้สิน จำนวน 62.3 ล้านบาท ซึ่งที่น่าสนใจสำหรับมูลค่าของทรัพย์สินที่ชี้แจ้งนั้น เป็นพระเครื่อง 49 รายการ มูลค่ารวมกว่า 498 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

มูลค่า 30-100 ล้านบาท 3 รายการ

1.ชุดเบญจภาคี มูลค่า 100 ล้านบาท 

2.ชุดเบญจภาคี มูลค่า 100 ล้านบาท 

3.พระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย ศิลปะล้านนา สูงรวมฐาน 29 นิ้ว หน้าตัก 22 นิ้ว มูลค่า 30 ล้านบาท

มูลค่า 20 ล้านบาท 5 รายการ

4.พระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ พระประธาน มูลค่า 20 ล้านบาท

5.พระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ มูลค่า 20 ล้านบาท

6.พระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ มูลค่า 20 ล้านบาท

7.พระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ มูลค่า 20 ล้านบาท

8.พระนางพญา พิมพ์สังฆาฏิ วัดนางพญา จ.พิษณุโลก มูลค่า 20 ล้านบาท

มูลค่า 10 ล้านบาท 6 รายการ  

9.พระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ มูลค่า 10 ล้านบาท

10.พระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ มูลค่า 10 ล้านบาท

11.พระสมเด็จม้วน วัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ 10 ล้านบาท

12.พระสมเด็จจิตรลดา มูลค่า 10 ล้านบาท

13.พระจิตรลดา มูลค่า 10 ล้านบาท

14.ชุดไม้เท้า, คฑา และมีดหมอ มูลค่า 10 ล้านบาท

มูลค่า 7 ล้านบาท 1 รายการ 

15.หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ กลักไม้ขีด เนื้อว่าน ปี 2497 มูลค่า 7 ล้านบาท 

เปิดเซฟ "ชัช เตาปูน" สุดยอดนักสะสมพระเครื่องดัง เผยมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท   มูลค่า 5 ล้านบาท 16 รายการ

16.พระสมเด็จ วัดพระแก้ว วังหน้า 5 ล้านบาท

17.พระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์ใหญ่ มูลค่า 5 ล้านบาท 

18.พระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์เส้นด้าย มูลค่า 5 ล้านบาท 

19.พระกริ่งปวเรศ ห่มคลุม วัดบวรนิเวศราวรวิหาร มูลค่า 5 ล้านบาท 

20.พระกริ่งปวเรศ ห่มคลุม วัดบวรนิเวศราวรวิหาร มูลค่า 5 ล้านบาท 

 

เปิดเซฟ "ชัช เตาปูน" สุดยอดนักสะสมพระเครื่องดัง เผยมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท  

21.พระกริ่งปวเรศ ห่มคลุม วัดบวรนิเวศราวรวิหาร มูลค่า 5 ล้านบาท 

22.พระกริ่งปวเรศ ห่มคลุม ลายดอกพิกุล วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มูลค่า 5 ล้านบาท

23.พระกริ่งปวเรศ ห่มคลุม ลายดอกพิกุล วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มูลค่า 5 ล้านบาท

24.พระกริ่งปวเรศ ห่มคลุม วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มูลค่า 5 ล้านบาท

25.พระกริ่งปวเรศ ห่มคลุม วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มูลค่า 5 ล้านบาท

26.พระกริ่งปวเรศ ห่มคลุม วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มูลค่า 5 ล้านบาท

27.พระกริ่งปวเรศ ห่มคลุม วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มูลค่า 5 ล้านบาท

28.พระกริ่งปวเรศ ห่มคลุม รุ่น จปร. วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มูลค่า 5 ล้านบาท

29.พระกริ่งปวเรศ ห่มคลุม รุ่น จปร. วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มูลค่า 5 ล้านบาท

30.พระกริ่งปวเรศ ห่มคลุม วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร มูลค่า 5 ล้านบาท

31.พระหูยาน ลพบุรี เนื้อชินตะกั่ว มูลค่า 5 ล้านบาท

มูลค่า 3 ล้านบาท 2 รายการ

32.พระสมเด็จ อรหัง พิมพ์สามชั้น เกศอุ 3 ล้านบาท

33.รูปหล่อ พิมพ์นิยม หลวงพ่อเงิน บางคลาน วัดวังตะโก จ.พิจิตร มูลค่า 3 ล้านบาท

มูลค่า 1 - 2.5 ล้านบาท จำนวน 8 รายการ

34.พระปิดตา พิมพ์ชลูด หลวงปู่เอี๋ยม วัดสะพานสูง มูลค่า 2.5 ล้านบาท

35.พระยอดธง เนื้อทองคำ หลวงพ่อคูณปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่ มูลค่า 2 ล้านบาท

มูลค่า 1.5 ล้านบาท รายการ  

36.หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปี 2497 เนื้อว่าน พิมพ์ใหญ่ มูลค่า 1.5 ล้านบาท

37.หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปี 2497 เนื้อว่าน พิมพ์ใหญ่ มูลค่า 1.5 ล้านบาท 

38.หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เนื้อว่าน พิมพ์ใหญ่ ปี 2497 มูลค่า 1.5 ล้านบาท

39.หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เนื้อว่าน พิมพ์ใหญ่ ปี 2497 มูลค่า 1.5 ล้านบาท

40.หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปี 2497 เนื้อว่าน พิมพ์พระรอด มูลค่า 1 ล้านบาท 

41.พระกรุ วัดสามปลื้ม พิมพ์ห้าเหลี่ยม มูลค่า 1 ล้านบาท

มูลค่า 200,000-500,000 บาท จำนวน 8 รายการ 

42.หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปี 2505 หลังเตารีด พิมพ์ใหญ่ ปั๊มซ้ำ เนื้อโลหะผสม มูลค่า 5 แสนบาท  

43.พระผงของขวัญ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มูลค่า 5 แสนบาท 

44.หลวงพ่อปาน วัดปานนมโค พิมพ์ทรงครุฑ มูลค่า 5 แสนบาท

45.หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปี 2508 หลังหนังสือใหญ่ เนื้อโลหะผสม มูลค่า 3 แสนบาท 

46.หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปี 2508  พิมพ์ใหญ่ หลังเตารีด มูลค่า 3 แสนบาท

47.พระกริ่งใหญ่ พระชัยวัฒน์ สมเด็จย่า ครบรอบ 90 พรรษา เนื้อทองคำปี 2533 มูลค่า 3 แสนบาท

48.พระกริ่งเฉลิมพล ปี 2505 ออกวัดตาก้อง จ.นครปฐม มูลค่า 3 แสนบาท

49.พญาครุฑ เนื้อทองคำ รุ่นโคตรรวย อาจารย์วราห์ วัดโพธิ์ทอง มูลค่า 2 แสนบาท

เปิดเซฟ "ชัช เตาปูน" สุดยอดนักสะสมพระเครื่องดัง เผยมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท   หลายคนอาจมองว่า ชัช เตาปูน เป็นเจ้าพ่อ เนื่องจากเขาเป็นนักพนันที่เคยโด่งดังเมื่อครั้งอดีต แถมเมื่อครั้งที่ ชัช เตาปูน เป็น ส.ว.กรุงเทพมหานคร ยังเคยสร้างความฮือฮาและโดนวิจารณ์อย่างมาก เมื่อเขาผลักดันให้มีบ่อนการพนันแบบถูกกฎหมาย ป้องกันเงินไหลออกนอกประเทศ แต่การผลักดันครั้งนั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากรัฐบาลทนแรงกดดันจากสังคมไม่ไหว

ครั้งหนึ่ง ชัช เตาปูน เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

"ไม่เคยสนใจใครจะมองยังไงก็ช่าง เพราะเรารู้ตัวเราเองดีที่สุด เราดีหรือเราเลว มนุษย์ทุกคนต้องต้องสู้ เมื่อก่อนตนก็ไม่มีอาชีพ เรียนหนังสือไม่จบ ก็ต้องคิดว่าจะทำอะไรกิน แต่ในเมืองไทยมันผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่รองรับ แต่อยากถามว่าเงินที่เล่นการพนันสุจริตไหม ยกตัวอย่างหัวก้อย แทงหัวไปหมื่นนึง ออกหัวมาคุณถูก ออกก้อยกิน ตนก็เลยคิดว่ามันเป็นเงินบริสุทธิ์ มันสุจริต แต่มันผิดเพราะกฎหมายไม่ได้รองรับไว้ แต่ที่อเมริกาเขาโอเคถูกกฎหมาย"

ชัช เตาปูน ยังเปิดใจอีกว่า

"ที่มีคนเรียกว่า เจ้าพ่อ นักเลง นักพนัน ตนรับได้ทุกอย่าง หรือถ้าจะมีคนบอกว่า ตนเป็นคาสโนว่าก็รับได้ เพราะเป็นลูกผู้ชายที่ทำแบบนั้น กว่าจะถึงวันนี้ตนก็เคยมีแฟนมาหลายคน แต่ภรรยาเป็นคนใจดี เป็นเข้าใจ ถึงจะออกไปไหนก็ไม่ว่า เพราะเราเคยตกลงกันไว้แบบนี้ แต่ตนก็ไม่เคยทำอะไรที่ผิดศีลธรรม คือเขาชอบเรา เราชอบเขาก็โอเค แต่ถ้าบอกไม่โกหกก็ไม่ใช่ อย่างถ้าเกิดผมไปเจอผู้หญิงที่ถูกใจ ผมไปนอนกับเขา ถ้ากลับมาบ้านแล้วภรรยาถามว่าไปไหนมา จะให้บอกไปนอนกับผู้หญิงมาเขาจะคิดยังไง ผมก็ต้องโกหกภรรยาว่าไปทำงาน"

"แต่ที่ตนไม่ชอบคือเวลามีคนเรียก มาเฟีย เพราะว่ามาเฟียคือค้าผู้หญิง ค้ายาเสพติด รับจ้างฆ่าคน ซึ่งในชีวิตตนไม่เคยทำเรื่องแบบนี้  และตนก็ถือความละอายเป็นที่ตั้ง อะไรที่มันเลวทราม ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็อย่าไปทำ ไปคดโกงทำให้ประเทศเสียหายเราก็อย่าไปทำ แค่นี้มันก็โอเคแล้ว" 

นอกจากนี้ ในชีวิตลูกผู้ชายชื่อ ชัช เตาปูน เคยหลั่งน้ำตาเมื่อเอ่ยถึง หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ผู้ชายที่ ชัช เตาปูน นับถือเปรียบเสมือนพ่อบังเกิดเกล้า จนทำให้ ชัช เตาปูน รับสืบทอดหนังสือพิมพ์สยามรัฐ จาก หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ มาบริหารจวบจนปัจจุบัน ถึงแม้ว่าสยามรัฐจะขาดทุนมา 10 ปี คนอื่นบอกว่าต้องขายแน่ แต่ตนก็ไม่ขาย เพราะหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์บอกว่าอย่าให้สยามรัฐล้มหายตายตามพ่อไป 

ขณะเดียวกัน ชัช เตาปูน ก็ได้สืบทอดสายเลือดทางการเมืองจาก หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ อีกด้วย เพราะว่ากันว่า ชัช เตาปูน คือผู้อยู่เบื้องหลังเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยมาหลายต่อหลายสมัย  

เปิดเซฟ "ชัช เตาปูน" สุดยอดนักสะสมพระเครื่องดัง เผยมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท  

ชัช เตาปูน เผยในการสัมภาษณ์ครั้งนั้นอีกว่า

"เราคนไทยเกิดมาชาติหนึ่งเราก็ต้องเสนอตัวรับใช้ประเทศชาติ เผื่อคนที่เขาเห็นว่าเลือกเราแล้ว ประเทศชาติจะอยู่ได้ ก็เป็นอีกทางหนึ่งให้เขาเลือก แต่ตนขอย้ำว่าไม่เคยคิดจะเป็นนายกรัฐมนตรี แค่หนุนให้คนที่มีความสามารถเป็นพอแล้ว แต่ถามว่าถ้าให้ตนเป็นจะเป็นได้ไหม ก็เชื่อว่ามันอยู่ที่การมอง เพียงแค่เรากำหนดนโยบายได้ก็ทำได้แล้ว ทั้งนี้ ตนจะอยู่จนถึงอายุ 87 เพราะอยากจะอยู่เห็นประเทศไทยเจริญทันโลกเท่านั้นเอง"


ชีวิตครอบครัวของ "ชัช เตาปูน"

แต่งงานอยู่กินกับ คุณวงเดือน คงอุดม ตั้งแต่ปี 2516 โดยคุณวงเดือน คงอุดม กล่าวว่า 
"เจอกันครั้งแรกตอนที่อายุ 20 ปี ตอนแรกไม่ชอบหน้าเขา เขาก็ตามตื้อมาตลอดจนใจอ่อน  ตอนนี้ก็อยู่ด้วยกันมาเกือบ 40 ปีแล้ว ซึ่งหลังแต่งงานก็มีข่าวเกี่ยวกับเขามาให้ได้ยิน แต่เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด อะไรที่เราทนได้ก็โอเค เราก็แค่คิดว่าอยู่พร้อมหน้ากันดีที่สุด ดีกว่าที่จะไม่ได้เห็นกัน เราก็พยายามทำตัวให้กลมกลืน เพื่อลูก ๆ และสามีจะได้สบายใจ"

ชวนส่องประวัติศาสตร์ พระเครื่อง ชุด "เบญจภาคี"

พระเครื่อง ในชุดเบญจภาคี ได้ถือกำเนิดเป็นปฐมบท เมื่อ  "พ.อ.(พิเศษ) ประจน กิตติประวัติ" อดีตนายทหารประจำกองบัญชาการทหารสูงสุดหรือ "ตรียัมปวาย" ได้จัดทำเนียบชุด "พระเครื่องเบญจภาคี" ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2495 โดยเมื่อแรกเริ่มยังคงเป็นเพียง "ไตรภาคี" คือ มีเพียง 3 องค์เท่านั้น ประกอบด้วย 'พระสมเด็จ' วัดระฆังโฆสิตาราม เป็นองค์ประธาน ซ้ายขวาเป็นพระนางพญา จ.พิษณุโลก และพระรอด จ.ลำพูน หลังจากนั้นจึงได้ผนวก 'พระกำแพงซุ้มกอ' กำแพงเพชร และ 'พระผงสุพรรณ' สุพรรณบุรี เข้าเป็นชุด เบญจภาคี สุดยอดปรารถนาของนักสะสมพระเครื่องทั้งหลาย จากค่านิยมกันในหลักพันบาท และทะยานเข้าสู่หลักหลายสิบล้านในปัจจุบันนี้

สำหรับ พระเบญจภาคี จัดว่าเป็นสุดยอดพระเครื่องของเมืองไทยที่เป็นที่นิยมมาของวงการพระเครื่องและและครองความนิยมและสุดยอดปรารถนาของเหล่านักเลงพระ ซึ่งเป็นสุดยอดพระของแต่ละยุคสมัย และเป็นสุดยอดของพุทธคุณ ผู้ใดได้ครอบครองเป็นเจ้าของก็เชื่อได้ว่าคนผู้นั้นเปี่ยมด้วยวาสนา บารมี ประกอบด้วย

พระสมเด็จวัดระฆัง จัดได้ว่าเป็นสุดยอดพระเครื่องตลอดกาล หรือ "จักรพรรดิแห่งพระเครื่อง"

เปิดเซฟ "ชัช เตาปูน" สุดยอดนักสะสมพระเครื่องดัง เผยมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท  
พุทธคุณครอบจักรวาล เน้นบุญฤทธิ์ หนุนดวงชะตา เมตตามหานิยม แคล้วคลาดภัยพิบัติ คงกระพัน โชคลาภ ใครมีบารมีได้ไว้จะรุ่งเรืองไม่มีวันตกต่ำ มีเรื่องเล่าในตำนานว่า เมื่อครั้งที่ สมเด็จโต เดินทางไปเยี่ยมญาติที่กำแพงเพชร และได้ค้นพบ เจดีย์โบราณ 3 องค์ ที่นครชุมเก่า และท่านได้นำจารึก และผงบางส่วนมาจัดสร้าง ซึ่งเป็นของ พระซุ้มกอ

พระรอด กรุมหาวัน เรียกตาม พระรอดองค์ใหญ่ หรือ พระรอดหลวง หรือ แม่พระรอด ที่ประดิษฐานที่ วัดมหาวัน จ.ลำพูน 

เปิดเซฟ "ชัช เตาปูน" สุดยอดนักสะสมพระเครื่องดัง เผยมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท  
ตามตำนานกล่าวไว้ว่า พระรอด สร้างในสมัยทวาราวดีเมื่อนับพันปีมาแล้ว สมัยที่พระนางจามเทวี ปกครองเมืองหริภุญชัย พระนางทรงสถาปนาพระอารามชื่อ จตุรพุทธ ปราการ (วัดมหาวัน) ขึ้น จึงดำริให้สร้างพระเจดีย์ไปพร้อมกัน พร้อมทั้งบรรจุ "พระรอด" ไว้ โดยพระสุมณานารทะฤๅษี เป็นผู้สร้าง

สำหรับการค้นพบ มีการขุดเจอครั้งแรก ช่วงสมัยต้นรัชกาลที่  5  ปี 2435 ในคราวเจดีย์ใหญ่ของวัดมหาวันชำรุด ได้มีการรื้อเพื่อเตรียมปฏิสังขรณ์ จึงได้พบกับพระรอด และได้นำมาแจกจ่ายกับผู้ร่วมงานในครั้งนั้น แล้วมีการจัดสร้างพระรอดชุดใหม่ บรรจุในเจดีย์แทน ถัดมายังมีการขุดพบพระรอด ใต้กุฏิพระในวัดอีก 300 องค์ นับเป็นพระรอดกรุใหม่ จากนั้นในปี 2506 วัดมหาวัน รื้อพระอุโบสถ ปฏิสังขรณ์ใหม่ ก็พบพระรอดอีกครั้ง ถือกันว่าเป็นครั้งสุดท้าย มีจำนวนมากถึง 300 องค์เศษ  สำหรับพุทธคุณของ พระรอดนั้น เน้นเมตตามหานิยม อยู่ยงคงกระพัน อุดมด้วยโภคทรัพย์ ร่ำรวยทรัพย์ เด่นทางแคล้วคลาด คุ้มภัย

พระกำแพงซุ้มกอ เป็นหนึ่งในพระกรุชุด ทุ่งเศรษฐี สร้างจากเนื้อดินผสมว่าน หรือ เกสรดอกไม้ มีลักษณะนั่งสมาธิประบนบัวเล็บช้าง มีลายกนกด้านข้าง

เปิดเซฟ "ชัช เตาปูน" สุดยอดนักสะสมพระเครื่องดัง เผยมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท  
มีจำนวน 5 พิมพ์ ที่ค้นพบ  มีพุทธคุณครบเครื่องไม่ว่าเรื่องเมตตามหานิยม แคล้วคลาด ตลอดจนเรื่องโชคลาภ จนมีคำพูดที่พูดติดปากกันมาแต่โบราณกาลว่า “มีกูแล้วไม่จน” ประกอบกับพระกำแพงซุ้มกอ ถูกจัดอยู่หนึ่งในห้าของชุดเบญจภาคี ความต้องการของนักนิยมพระเครื่องจึงมีความต้องการสูงเพราะทุกคนต้องการแต่พระกำแพงซุ้มกอทั้งนั้น ราคาเช่าหาจึงแพงมาก และหาได้ยากมากด้วย ถ้าไปในที่ต่างๆ อยากกินน้ำ หาน้ำไม่ได้ ท่านให้อาราธนาพระใส่ไว้ในปาก หายอยากน้ำแล ถ้าเอาพระไว้บนศีรษะแล้ว ปืนแลหน้าไม้ยิงมาเป็นห่าฝนก็ไม่ถูกตัวเรา

จากตำนานที่ว่า สมเด็จโต มาพบพระเจดีย์ริมฝั่งแม่น้ำปิง บริเวณนครชุมเก่า ของกำแพงเพชร และพบพระซุ้มมกอจำนวนมาก หลังจากที่ท่านไปชักชวนเจ้าเมืองในขณะนั้นมาร่วมกันบูรณะ สมเด็จโต จึงได้นำเอาพระซุ้มกอบางส่วนกลับกรุงเทพฯมาด้วย 

พระผงสุพรรณ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ มีคนจีน ปลูกผักอยู่ใกล้บริเวณวัด แล้วลักลอบปีนพระปรางค์เข้าไป

เปิดเซฟ "ชัช เตาปูน" สุดยอดนักสะสมพระเครื่องดัง เผยมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท  
แล้วพบทองคำ อัญมณีมีค่า รวมทั้งพระเครื่อง พระบูชา แต่เลือกเอาไปเฉพาะวัตถุมีค่า แล้วจึงกลับเมืองจีน ต่อมาคนในพื้นที่ที่ทราบข่าว ก็ลอบเข้าพระปรางค์บ้าง ก็ได้เข้าไปเอาพระเครื่องออกมา จนเจ้าเมืองสุพรรณบุรี ต้องตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบ พบพระเครื่อง ที่เรียกว่า พระผงสุพรรณ พระพุทธรูป แผ่นลานเงิน ลานทอง บางส่วนที่ยังหลงเหลือ มีการระบุว่า มีพระฤาษี 11 ตน ซึ่ง มีพระฤาษีพิมพิลาไลย พระฤาษีตาวัว พระฤาษีตาไฟ เป็นประธานในการจัดสร้างพระเครื่องในกรุนี้

พุทธคุณของพระผงสุพรรณ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี เป็นที่เลื่องชื่อลือชาตั้งแต่โบร่ำโบราณ ซึ่งปรากฏในจารึกลานทองที่ได้จากกรุและถูกคัดลอกออกเป็น 6 สำเนา กล่าวถึงกรรมวิธีการสร้าง และ "อุปเท่ห์" อันหมายถึงวิธีการอาราธนาองค์พระเพื่อให้ท่านช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ เช่น แม้อันตรายสักเท่าใดก็ดีให้นิมนต์พระใส่ไว้บนศีรษะหรืออาราธนาผูกไว้ที่คอ อันตรายทั้งปวงหายสิ้น แล ถ้าจะเข้าการรณรงค์สงคราม ให้เอาพระสรงน้ำมันหอม เสกด้วยนวหรคุณ แล้วเอาน้ำมันหอมมาใส่ผม ไปได้สำเร็จความปรารถนาแล

พระนางพญา มีต้นกำเนิดที่ “วัดนางพญา” ในคราวปฏิสังขรณ์วัด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเมืองพิษณุโลกนัก ในอดีตวัดนางพญาเคยมีพื้นที่ติดต่อกับวัดราชบูรณะ เป็นวัดพี่วัดน้อง

เปิดเซฟ "ชัช เตาปูน" สุดยอดนักสะสมพระเครื่องดัง เผยมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท  

ใช้อุโบสถหลังเดียวกัน แต่ภายหลังเมื่อมีการตัดถนนพิษณุโลก-หล่มสัก วัดทั้งสองจึงแยกกันอยู่คนละฝั่งถนน และเชื่อกันว่าผู้ที่สร้างพระนางพญาขึ้นก็คือพระวิสุทธิกษัตรี มเหสีของสมเด็จพระมหาธรรมราชา กษัตริย์ในสมัยอยุธยานั่นเอง
เมื่อ พ.ศ.2444 รัชกาลที่ 5 จะเสด็จประพาสเมืองพิษณุโลกเพื่อทอดพระเนตรการหล่อพระพุทธชินราชจำลอง จึงสร้างปะรำพิธีรับเสด็จที่วัดนางพญา เมื่อคนงานขุดหลุมจึงพบพระเครื่องจำนวนมาก ซึ่งเรียกกันต่อมาว่า “พระนางพญา” และไม่เพียงที่วัดนางพญาเท่านั้นที่พบพระนางพญา แต่ที่วัดราชบูรณะและตามกรุต่างๆ ก็พบพระนางพญาด้วยเช่นกัน

เปิดเซฟ "ชัช เตาปูน" สุดยอดนักสะสมพระเครื่องดัง เผยมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท