กรมอุตุนิยมวิทยา เผยรายงานล่าสุด เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ ระบุ 3 ภาคเตรียมรับมือสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ ได้แก่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพฯและปริมณฑล ขณะที่ ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
ภาคตะวันออก
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส
- ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส
- ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
- ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพฯและปริมณฑล
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมและเรดาร์ เวลา 4 โมงเย็นวันนี้ ทิศทางและความเร็วลม เวลา 07.00น. (22/7/66) : เมฆและฝนเพิ่มขึ้นบริเวณ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้และในอ่าวไทย วิเคราะห์บริเวณภาคกลางมีกระแสลมไหลเวียนเข้าหากัน (Cyclonic) จึงทำให้บริเวณดังกล่าวช่วงวันนี้ถึงวันจันทร์ (22- 24 ก.ค.66) ยังมีฝนตกต่อเนื่องและระวังฝนตกหนัก โดยเฉพาะ ภาคตะวันออก กทม.และปริมณฑล
เช็กกลุ่มฝน เวลา 17.00 น. วันที่ 22 กรกฎาคม 2566
ภาพถ่ายดาวเทียมและเรดาร์ กทม. ช่วงเย็นวันนี้ ( 22/7/66) : เมฆและฝนเพิ่มขึ้นบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคใต้
พยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม.:(นับตั้งแต่ 07.00น. ถึง 07.00น.วันรุ่งขึ้น) 10 วันล่วงหน้า ระหว่าง 22-31 ก.ค. 66 อัพเดท 2023072112 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) :
ช่วง 22 -24 ก.ค.66 ทั่วทุกภาคของไทยยังชุ่มฉ่ำ เริ่มมีฝนตกกระจายต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านรับมรสุม และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคใต้ (ระนอง พังงา ภูเก็ต) และภาคตะวันออก (ระยอง จันทบุรี และตราด) ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก ฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้
ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุม ส่วนร่องมรสุมยังคงพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง (ชายฝั่งประเทศเวียดนาม )
คลื่นลมในทะเลทั้ง 2 ฝั่ง มีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงตลอดสัปดาห์ ชาวเรือ ชาวประมงเดินเรือ ต้องระวัง 22 - 24 ก.ค.66 เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
ช่วง 25 - 28 ก.ค. 66 ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบนฝนน้อยลงบ้าง เนื่องจากมีพายุดึงเอาความชื้นไป แต่ด้านรับมรสุมยังมีฝฝนและคลื่นลมแรงขึ้น ต้องระวัง ส่วนพายุโซนร้อน "ทกซูรี (DOKSURI)" บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก (ตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์) กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกเฉียงเหนือ คาดว่าจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน (26-28 ก.ค.)
พายุนี้ไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยจึงไม่มีผลกระทบโดยตรง แต่จะทำให้มรสุมมีกำลังแรงขึ้น 29 -31 ก.ค.66 หลังจากพายุสลายตัวไปแล้ว ฝนจะเริ่มกลับมาอีกครั้ง
(ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลนำเข้าใหม่ ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ)
คาดหมายอากาศทั่วไป ระหว่างวันที่ 22 – 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
ในช่วงวันที่ 22 - 25 ก.ค. 66 ร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนในช่วงวันที่ 26 – 28 ก.ค. 66 ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง
มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน ภาคใต้ และอ่าวไทยตอนบน มีกำลังค่อนข้างแรงตลอดช่วง ทำให้บริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อนึ่ง พายุโซนร้อน “ทกซูรี” บริเวณด้านตะวันออกของฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น คาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนบนของประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันที่ 25 – 26 ก.ค. 2566 หลังจากนั้นจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีนในช่วงวันที่ 27 - 28 ก.ค. 2566
ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 22 - 25 ก.ค. 66 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองสำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ตลอดช่วง
ออกประกาศ 22 กรกฎาคม 2566 12:00 น.
คาดหมายอากาศรายภาค ช่วงระหว่างวันที่ 22 – 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
ภาคเหนือ
- ในช่วงวันที่ 22 – 25 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
- ส่วนในช่วงวันที่ 26 - 28 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 - 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณด้านตะวันตกของภาค
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 37 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- ในช่วงวันที่ 22 – 25 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
- ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
- ส่วนในช่วงวันที่ 26 - 28 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 - 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 36 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
- ในช่วงวันที่ 22 – 26 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.
- ส่วนในวันที่ 27 - 28 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 - 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณด้านตะวันตกของภาค
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 37 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
- มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ตลอดช่วง
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 36 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
- ในช่วงวันที่ 22 - 23 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- ตั้งแต่ จ.สุราษฏ์ธานี ขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ส่วนในช่วงวันที่ 24 - 28 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- ตั้งแต่ จ.สุราษฏ์ธานี ขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
- ในช่วงวันที่ 22 - 26 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
- ส่วนในวันที่ 27 - 28 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- ตั้งแต่ จ.พังงา ขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
- ตั้งแต่ จ. ภูเก็ต ลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 35 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล
- ในช่วงวันที่ 22 - 26 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- ส่วนในวันที่ 27 - 28 ก.ค. 66 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส
ออกประกาศ 22 กรกฎาคม 2566
ขอขอบคุณที่มา กรมอุตุนิยมวิทยา
พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า : ในช่วงวันที่ 22 - 25 ก.ค. 66 ร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนในช่วงวันที่ 26 – 28 ก.ค. 66 ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง
มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน และภาคใต้ มีกำลังค่อนข้างแรงตลอดช่วง ทำให้บริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 24 – 28 ก.ค. 66 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่งผลทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อนึ่ง พายุโซนร้อน “ทกซูรี” บริเวณด้านตะวันออกของฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น คาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนบนของประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันที่ 25 – 26 ก.ค. 2566 หลังจากนั้นจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งตอนใต้ของประเทศจีนในวันที่ 27 ก.ค. 2566
ข้อควรระวัง: ในช่วงวันที่ 22 - 25 ก.ค. 66 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองสำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง ส่วนเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24 - 28 ก.ค. 66
สถานการณ์แผ่นดินไหวในช่วง (21 -22 ก.ค. 66): ไม่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศและใกล้เคียงที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด
ตรวจสอบสภาพอากาศพรุ่งนี้ >> คลิกที่นี่