นายโสภณ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าในขณะนี้จังหวัดชัยภูมิ ที่ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้น้ำในแหล่งเก็บกักที่มีทั้งหมดในขณะนี้เหลือน้ำน้อยมาก จนไม่สามารถนำไปช่วยด้านการเกษตรได้เพียงพอได้ แต่ยังมีอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่อย่างอ่างเก็บน้ำลำช่อระกา ที่มีความจุกว่า 10 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันยังเหลือน้ำที่เก็บกักประมาณกว่า 50 % ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้ยามหน้าแล้งปีนี้ได้อีกจุด
และเพื่อเป็นการพลิกวิกฤตภัยแล้งให้เป็นโอกาสในปีนี้ ที่อ่างช่อระกามีศักยภาพด้านการที่จะเข้ามาช่วยกันพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพแห่งใหม่อีกแห่งของจังหวัดชัยภูมิ ขึ้นได้ที่ทั่วประเทศเกิดภาวะโลกร้อนมีอากาศร้อนมากขึ้น ทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งเล่นน้ำคลายร้อนได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่จะพาครอบครัวมาเล่นน้ำคลายร้อนกันมากขึ้น
โดยได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลงสำรวจพื้นที่ร่วมกันวันนี้เร่งวางแผนหาแนวทางการพัฒนาเปิดแหล่งท่องเที่ยวเล่นน้ำที่มีหาดทรายสวยงามติดอันดับต้นๆของประเทศไทยในบริเวณรอบอ่างช่อระกา ทั้งมีกลุ่มอาชีพหาสัตว์น้ำ หาปลา การทำก่ำกุ้ง ที่มีอาหารประเภทกุ้งเป็นสัตว์น้ำที่หลากหลายในพื้นที่เพื่อเป็นการช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร ชาวบ้าน ชาวไร่ ทดแทนในช่วงหน้าแล้งปีนี้ที่ไม่มีน้ำเพียงพอในการประกอบอาชีพการเกษตรได้อีกทางด้วย
"ซึ่งทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องจะต้องมีแผนพัฒนารองรับอย่างยั่งยืนตามรอยพ่อหลวง ร.9 ที่อ่างเก็บน้ำช่อระกา ตามแนวพระราชดำริ ยังสามารถต่อยอดสร้างอาชีพสู่ชุมชนใกล้เคียงในพื้นที่เก็บกักน้ำของชุมชนได้อย่างอย่างยื่นต่อไปในอนาคตได้ ในการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ใน จ.ชัยภูมิ ขณะนี้ที่นำจะเปิดให้เข้าท่องเที่ยวได้อย่างเป็นทางการในไม่เกินเดือน พ.ย.2566 นี้ได้" นายโสภณ กล่าว