เนชั่นทีวี

ข่าว

ประกาศฉบับที่ 18 เตือน เรื่อง “คลื่นลมแรง-ฝนตกหนัก” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

08 มิ.ย. 2566 | teerawat_pra

ประกาศฉบับที่ 18 เตือน เรื่อง “คลื่นลมแรง-ฝนตกหนัก” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 18 (ล่าสุดเมื่อ 17.00 น.) เรื่อง คลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมาก มีผลกระทบถึงวันที่ 11 มิ.ย. 2566 จึงขอเตือนประชาชนที่อาศัยในบริเวณพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน

กรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับที่ 18 เตือน “คลื่นลมแรง-ฝนตกหนัก” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน
ประกาศฉบับที่ 18 เตือน เรื่อง “คลื่นลมแรง-ฝนตกหนัก” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ร่องมรสุมพาดผ่านหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเมียนมา ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มในระยะนี้ไว้ด้วย

กราฟิกแสดงพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย

เช็กพื้นที่เสี่ยงภัยได้ที่นี่ >> 

ประกาศฉบับที่ 18 เตือน เรื่อง “คลื่นลมแรง-ฝนตกหนัก” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ประกาศฉบับที่ 18 เตือน เรื่อง “คลื่นลมแรง-ฝนตกหนัก” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ประกาศฉบับที่ 18 เตือน เรื่อง “คลื่นลมแรง-ฝนตกหนัก” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 11 มิถุนายน 2566

ประกาศฉบับที่ 18 เตือน เรื่อง “คลื่นลมแรง-ฝนตกหนัก” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

กรมอุตุนิยมวิทยา ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่ เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566 เวลา 05.00 น.

ประกาศฉบับที่ 18 เตือน เรื่อง “คลื่นลมแรง-ฝนตกหนัก” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

อีกหนึ่งความห่วงใยในช่วงหน้าฝน จึงนำสาระเทคนิคในการขับรถช่วงหน้าฝนมาฝากคอข่าวกันตรงนี้ 

10 ข้อควรระวัง ขับรถในช่วงหน้าฝน เพื่อเลี่ยงโอกาสเกิดอุบัติเหตุ 

ช่วงนี้ฝนตกหนักและตกบ่อย การขับรถจึงต้องระวัง ในการขับรถหน้าฝน มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูง ต้องปรับวิธี และแนวทางเทคนิคที่น่าสนใจในการขับขี่ ให้สอดคล้องกับสภาวะฝนตก เพื่อลดโอกาสเสี่ยงอุบัติเหตุ

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนก็จะเป็นช่วงที่ทำให้โอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนนสูง ขึ้นจากหลายๆปัจจัย ทั้งฝนที่ตกลงมาทำให้ถนนลื่นควบคุมรถได้ยากขึ้น ทั้งระยะการเบรกของรถก็มากขึ้นด้วยในขณะที่ถนนลื่น ทั้งแอ่งน้ำขังที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆตามข้างทาง และขับรถมาเร็วๆอาจจะทำให้เกิดอาการรถเหินน้ำได้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เองที่ทำให้เหล่าผู้ขับขี่จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นและไม่ควรประมาท ต้องปรับวิธีและแนวทางในการขับขี่ให้สอดคล้องกับสภาวะฝนตกเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เช่นนี้

1. ตรวจสอบความพร้อมของรถ
ระบบไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณต่างๆ สภาพของยางปัดน้ำฝน ระดับน้ำฉีดกระจก ระบบเบรก สภาพยาง ดอกยาง แรงดันลมยาง (ลมยางที่อ่อนเกินไป และดอกยางที่น้อยเกินไป จะทำให้ยางรีดน้ำได้น้อยลง และรถลื่นไถลได้ง่าย)

2. เปิดไฟหน้ารถ
ให้เปิดไฟหน้ารถ, ไฟตัดหมอก เมื่อฝนตกหนัก จะทำให้ผู้ร่วมทางคนอื่นๆสามารถที่จะสังเกตเห็นรถเราได้ง่ายขึ้น

3. ระวังในช่วงฝนตกใหม่ๆ
ช่วง 5 นาทีแรกที่ฝนตกใหม่ๆจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะถนนจะลื่นมากจากคราบดินคราบฝุ่นที่พึ่งโดนน้ำ ทำให้กลายเป็นโคลนซึ่งจะลื่นมาก

4. ใช้ความเร็วให้เหมาะสม
ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับทัศนวิสัยการมองเห็น และให้เว้นระยะจากรถคันหน้าให้มากกว่าเดิม 2 เท่า เพราะถนนที่ลื่นทำให้การเบรกต้องใช้ระยะที่มากขึ้น รวมถึงการขับรถเร็วสูงก็ทำให้ควบคุมรถได้ยากขึ้น และหากเจอแอ่งน้ำก็อาจจะทำให้รถเหินน้ำจนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้

5. ไม่ควรเบรกกะทันหัน
หลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหัน และเบรกโดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้รถเสียการทรงตัวจนไม่สามารถควบคุมรถได้

6. เพิ่มการสังเกตบนถนน
จุดที่มีน้ำขังบนถนน หรือแอ่งน้ำข้างๆเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง หากขับมาด้วยความเร็วสูงรถจะเกิดการเหินน้ำ จนไม่สามารถควบคุมรถได้

7. บริเวณน้ำท่วมขัง
การขับขี่บริเวณที่น้ำท่วมขังให้สังเกตระดับความลึกจากรถคันหน้าหรือขอบฟุตบาทข้างทาง เพื่อประเมินสถานการณ์

8. ปิดระบบปรับอากาศขณะขับรถลุยน้ำ
ขณะขับรถลุยบริเวณที่น้ำท่วมขังให้ปิดระบบปรับอากาศ และใช้เกียร์ต่ำ(เกียร์ L หรือเกียร์ 1) เพื่อไม่ให้รอบเครื่องยนต์ต่ำเกินไปและน้ำอาจจะย้อนเข้าเครื่องยนต์ทางท่อไอเสียได้

9. ย้ำเบรกบ่อย ๆ หลังจากขับรถลุยน้ำมัน
หลักจากขับรถผ่านบริเวณที่น้ำท่วมขังมาแล้ว ให้ย้ำเบรกบ่อยๆ เพื่อรีดให้ผ้าเบรกแห้ง ป้องกันการเบรกแล้วลื่น และหากต้องจอดรถเป็นเวลานานๆด้วย ควรหลีกเลี่ยงการใช้เบรกมือด้วยเพื่อป้องกันอาการเบรกติด

10. ถ้าฝนตกหนักมาก ๆ
ในกรณีที่ฝนตกหนักมากจนไม่สามารถมองเห็นระยะทางข้างหน้าได้เกิน 10 เมตร ควรหาที่ปลอดภัยจอดรถ หรือถ้าจำเป็นต้องจอดข้างทางก็ให้เปิดไฟฉุกเฉินไว้ด้วย และรอจนฝนเบาลงก่อนจึงค่อยเดินทางต่อ

อีกหนึ่งความปรารถนาดีจาก ทีมข่าวเนชั่นออนไลน์ 

ประกาศฉบับที่ 18 เตือน เรื่อง “คลื่นลมแรง-ฝนตกหนัก” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ข่าวล่าสุด