เนชั่นทีวี

ข่าว

เพจดังเตือน หากข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล เรา-กำลังเสี่ยงกับอะไรกันบ้าง?

17 เม.ย. 2566 | teerawat_pra

เพจดังเตือน หากข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล เรา-กำลังเสี่ยงกับอะไรกันบ้าง?

เพจเตือนภัยออนไลน์ มีคำแนะนำดีๆ มาช่วยเป็นแนวทางการป้องกันในเบื้องต้น หากพบว่า ข้อมูลส่วนตัว ส่วนบุคคลรั่วไหล ภัยความมั่นคงส่วนบุคคล SMS ก่อกวน อีกความเสี่ยง ที่เราทุกคนต้องประสบ รวมถึง การสะกดรอยตาม สอดแนม ภัยอันตรายถึงชีวิต ชี้ช่องลดความเสี่ยงด้วยตัวเอง 

หลังมีกระแสข่าวสุดอันตราย "แฮกเกอร์" ป่วนเมือง แฮ็กข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทย ข้อมูลรั่วไหล ภัยร้ายนี้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นภัยคุกคาม ความมั่นคงอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ในสังคมไทยวันนี้ โดย การรั่วไหลของข้อมูลเกิดขึ้นได้หลายวิธี ทั้งโดยบังเอิญและโดยเจตนา

เพจดังเตือน หากข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล เรา-กำลังเสี่ยงกับอะไรกันบ้าง?

วินาทีนี้ วิธีการรับมือวายร้ายไซเบอร์ที่ดีที่สุด หากเราทุกคน ระมัดระวังข้อมูลของตัวเอง ไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของมิจฉาชีพ หรือวายร้ายออนไลน์ โจรไซเบอร์ อะไรก็ตามแต่จะเรียกขานกัน เพราะข้อมูลดังกล่าว หากหลุดออกไปแล้ว มีความเสี่ยงและอันตรายตามมาอย่างใหญ่หลวง 

ล่าสุด ทางเพจเตือนภัยออนไลน์ ได้แนะนำ หากข้อมูลส่วนบุคคลรั่ว เราเสี่ยงอะไรบ้างและได้มีข้อแนะนำเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงเบื้องต้นรายละเอียดที่น่าสนใจนำมาฝากคอข่าวกันตรงนี้ครบถ้วน 

เพจเตือนภัยออนไลน์ หากข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล เรา-เสี่ยงอะไรกันบ้าง? ได้มีคำแนะนำไว้ว่า

  • เสี่ยงถูกขโมยตัวตน หรือสวมรอยเป็นเรา เพื่อไปก่ออาชญากรรม หรือทำเรื่องผิดกฎหมาย
  • เสี่ยงถูกใช้ประโยชน์ โดยที่เราไม่ยินยอม เช่น นำไปใช้โฆษณาทางการตลาด
  • เสี่ยงถูกขายให้บุคคลที่ 3
  • เสี่ยงถูกนำไปสร้างความเดือดร้อนรำคาญ เช่น การส่ง SMS ก่อกวนมายังโทรศัพท์มือถือ หรืออีเมล
  • เสี่ยงถูกติดตาม สะกดรอย สอดแนม ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายได้

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงเบื้องต้น เราควรจะทำอย่างไรบ้าง

คิดก่อนโพสต์ โดยคิดไว้เสมอว่า “ทุกสิ่งที่เราโพสต์หรือแชร์ไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวอีกต่อไป” คนอื่นสามารถเห็นหรือส่งต่อได้
ป้องกันตนเองด้วยการตั้งพาสเวิร์ดที่มั่นคง ปลอดภัย เช่น การใช้ MFA ยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (OTP, PIN) หรือ การใช้ 2FA การยืนยันตัวตน 2 ชั้น

เพจดังเตือน หากข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล เรา-กำลังเสี่ยงกับอะไรกันบ้าง?

ท่ามกลางความเจริญทางเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด ที่ปัจจุบันมีการใช้อินเทอร์เน็ต ผ่านเครื่องมือสมาร์ทโฟน ได้ง่ายขึ้น ทำให้ภัยเงียบที่แอบซ่อนมา และเข้าถึงกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย อย่างที่ไม่ทันได้ตระหนักถึงอันตราย คือ “ภัยออนไลน์”  เพราะเป็นช่องทางให้กลุ่มมิจฉาชีพ ฉวยโอกาส หลอกล้วงข้อมูลส่วนตัวของเราไปได้ง่ายๆ หรือบางครั้ง เราอาจกลายเป็นผู้กระทำผิดโดยไม่รู้ตัว

พ.ต.ท.หญิง ดร.ณพวรรณ ปัญญา รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันโจรออนไลน์ มักจะออกอุบายตามเทศกาลวันสำคัญตามประเพณี โดยเฉพาะ ในช่วง “หน้าร้อน” จึงอยากเตือนประชาชน ระวังมิจฉาชีพ ใช้โอกาสเทศกาล “สงกรานต์ 2566” ออกอุบายหลอกลวงออนไลน์ 5 ประเภท ดังนี้

เช็ก 5 'ภัยออนไลน์' หน้าร้อน โจรออนไลน์ มักใช้หลอกเหยื่อ

  • “หลอกขายแอร์ พัดลม เครื่องฟอกอากาศ” หลอกให้โอนเงินก่อน แต่ไม่จัดส่งสินค้า หรือส่งสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง แต่เป็นสินค้าปลอม ไม่ตรงปก คุณภาพต่ำ
  • “หลอกขายทัวร์ท่องเที่ยวทิพย์” หลอกลวงขายตั๋วทัวร์ในประเทศ/ต่างประเทศ ให้โอนเงินแล้วเงียบหายติดต่อไม่ได้ ไม่ได้เดินทางจริง
  • “หลอกลดหย่อนค่าไฟ, หลอกแจกตั๋วเครื่องบินฟรี” หลอกให้ดาว์นโหลดแอปฯ ดูดเงิน หลอกเอาข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ วันเดือนปีเกิด
  • “หลอกทำงานพิเศษช่วงปิดเทอม” หลอกให้โอนเงิน ลงทุน เพื่อทำงานพิเศษ เช่น กดรับออเดอร์ ทำสต๊อกสินค้า หลอกให้ลงทุน แล้วไม่ได้รับเงินคืนทั้งต้นทุนและกำไร
  • “หลอกกู้เงินออนไลน์ดอกเบี้ยต่ำ” หลอกให้โอนเงินเป็นค่าธรรมเนียม หรืออ้างทดลองโอนเงินเข้าบริษัท เพื่อแสดงว่าสามารถผ่อนชำระได้ และหลอกให้โอนเงินเพิ่ม โดยใช้ข้ออ้างต่างๆ เช่น โอนเงินเกินเวลาที่กำหนด หรือทำธุรกรรมผิดพลาด จนสุดท้ายก็ไม่ได้ทั้งเงินกู้ และเงินที่โอนไป

เพจดังเตือน หากข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล เรา-กำลังเสี่ยงกับอะไรกันบ้าง? รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้ให้ข้อมูลอีกว่า

พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ที่มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.2566 ผลของกฎหมาย มีผลให้เจ้าของบัญชีม้า หรือเบอร์ม้า มีโทษอาญาหนัก จำคุก 3 ปี หรือ ปรับ 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงผู้ที่ได้เป็นธุระจัดหา โฆษณา ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หมายเลขโทรศัพท์ ก็มีโทษอาญาหนักเช่นกัน คือ จำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2-5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม สถิติคดีอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ที่ประชาชนร้องเรียนผ่านแจ้งความออนไลน์ ในเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา มีจำนวนถึง 22,486 คดี ยอดความเสียหายรวมสูงกว่า 1,842 ล้านบาท โดย 5 ลำดับสูงสุด ได้แก่

  • หลอกซื้อขายสินค้า หรือบริการที่ไม่เป็นขบวนการ
  • หลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์
  • หลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานฯ
  • ข่มขู่ทางโทรศัพท์ (Call Center)
  • หลอกให้กู้เงิน

สามารถติดตามรูปแบบการประชาสัมพันธ์กลโกงภัยออนไลน์ ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “เตือนภัยออนไลน์” และสามารถปรึกษาได้ที่ สายด่วน บช.สอท. 1441 หรือ ศูนย์ PCT 081-8663000 ผู้เสียหายสามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ คลิกที่นี่ หรือที่สถานีตำรวจได้ทุกแห่งทั่วประเทศ

เพจดังเตือน หากข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล เรา-กำลังเสี่ยงกับอะไรกันบ้าง?

ขอขอบคุณที่มา : เพจเตือนภัยออนไลน์ 

ข่าวล่าสุด