นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนว่า ข้อมูลรั่วไหลมาจากหน่วยงานใด และมีข้อมูลเท่าไร ซึ่งจากการตรวจสอบหน่วยงานรัฐและเอกชน ไม่มีหน่วยงานใดที่มีข้อมูลจำนวนมากถึง 55 ล้านคน ยกเว้นกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีการตรวจสอบยืนยันแล้วว่า ข้อมูลบัตรประชาชนไม่ได้รั่วไหล และมีระบบมาตรฐานสากล
เบื้องต้นคาดว่า คาดว่าข้อมูลที่รั่วน่าจะมาจากหน่วยงานที่ประชาชนมาติดต่อ เป็นลูกค้า เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ๆ ซึ่งอาจยังไม่มีความชำนาญ หรือยังไม่มีความพร้อมเรื่องไซเบอร์ซิเคียวลิตี้ จึงอาจก่อให้เกิดข้อมูลรั่วไหลได้ ซึ่งก็ต้องมีการพัฒนาระบบต่อไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะช่วยลงไปดูทั้งภาครัฐและอกชน ช่วยปรับปรุงไม่ให้มีช่องโหว่
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่เป็นผู้เสียหาย มีชื่อ หรือข้อมูลหลุดออกไป มาแจ้งความดำเนินคดี โดยเคสนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีจากประชาชนแล้วประมาณ 20 ราย แต่ยังไม่มีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้น