ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
- มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
- ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
- มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และสตูล
- อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพฯ และปริมณฑล
- มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ตรวจสอบ สภาพอากาศ "พยากรณ์อากาศ 7 วัน" แบบรายภาค
คาดหมายอากาศทั่วไป
วันที่ 26 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2565
- ในช่วงวันที่ 27 – 29 พ.ย. 65 ร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคใต้มีกำลังอ่อน ในขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง โดยทั้งบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
- ในช่วงวันที่ 30 พ.ย. – 2 ธันวาคม 2565 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองได้ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2 - 4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง
ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 30 พ.ย. – 2 ธ.ค. 65 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
ออกประกาศ 26 พฤศจิกายน 2565 11:00 น.
คาดหมายอากาศรายภาค
วันที่ 26 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2565
ภาคเหนือ
ในช่วงวันที่ 27 – 30 พ.ย. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักในวันที่ 30 พ.ย.65
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8 - 13 องศาเซลเซียส
ในช่วงวันที่ 1 – 2 ธ.ค. 65 อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8 - 13 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- ในช่วงวันที่ 27 – 29 พ.ย. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 19 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 34 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14 - 18 องศาเซลเซียส
- ส่วนในช่วงวันที่ 30 พ.ย. และ 1 – 2 ธ.ค. 65 อากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2 – 4 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 16 – 22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 32 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11 - 15 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
- ในช่วงวันที่ 27 – 30 พ.ย. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักในวันที่ 30 พ.ย.65
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 - 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32 – 35 องศาเซลเซียส
- ส่วนในช่วงวันที่ 1 – 2 ธ.ค. 65 อากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1 – 2 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
ในช่วงวันที่ 27 – 30 พ.ย. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 - 40 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักในวันที่ 30 พ.ย.65
- อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 34 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 1 – 2 ธ.ค. 65 อากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 - 2 เมตร
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 27 –29 พ.ย. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 - 2 เมตร
ในช่วงวันที่ 30 พ.ย. – 2 ธ.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
ในวันที่ 26 พ.ย. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 - 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 27 พ.ย. – 2 ธ.ค. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 - 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันออก ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1 - 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 34 องศาเซลเซียส
กรุงเทพฯและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 27 – 30 พ.ย. 65 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักในวันที่ 30 พ.ย.65
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส
ส่วนในช่วงวันที่ 1– 2 ธ.ค. 65 อากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1 – 2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 – 25 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 33 องศาเซลเซียส
ออกประกาศ 26 พฤศจิกายน 2565 11:00 น.
จับตาค่าฝุ่น
ปัจจัยพื้นฐาน
ความกดอากาศที่มีกำลังแรงมักทำให้เกิดลมแรง ซึ่งฝุ่นละอองสามารถระบายได้ดีหากแต่ช่วงที่มีกำลังอ่อนลงมักจะทำให้มวลอากาศนิ่ง และเกิดปรากฏการณ์อากาศปิด (อินเวอร์ชั่น) ซึ่งอากาศไม่สามารถลอยตัวขึ้นในแนวดิ่งได้ตามปกติ และสามารถสังเกตเห็นได้ถึงสภาวะลมสงบหรือลมอ่อน ปัจจัยเช่นนี้ ทำให้ฝุ่นละอองที่่อยู่ในอากาศไม่สามารถระบายได้ และเกิดการสะสมในอากาศได้หลายวัน-หลายสัปดาห์ หรือนานกว่า (หากไม่มีฝนชะล้างออกไป)
ในกรณีที่เกิดมีชั้นอินเวอร์ชั่นที่ความสูงระดับต่ำใกล้พื้นดิน หรือเพดานการลอยตัว ของอากาศต่ำลงจะทำให้ค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น (อัตราส่วนน้ำหนักต่อปริมาตรอากาศ) ซึ่งมักเกิดในเวลากลางคืนหรือเช้า ในทางกลับกันค่าความเข้มข้นนี้จะสามารถลดลงได้โดยที่ปริมาณอนุภาคไม่เปลี่ยนแปลงหากเพดานการลอยตัวของอากาศสูงขึ้น ซึ่งมักเกิดขึ้นในเวลากลางวันที่มีแสงแดดส่องถึงอันเป็นต้นกำเนิดของพลังงาน การลอยตัว การประเมินปริมาณฝุ่นละอองที่มีในอากาศในพื้นที่หนึ่งๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน มักจะมีการวัดคุณสมบัติทางเคมี เช่นค่าความเข้มข้น หรืออัตราส่วน น้ำหนักต่อปริมาตร (ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ส่วนการประเมินปริมาณฝุ่นละอองที่มีในบรรยากาศรวมทั้งหมดตลอดชั้นบรรยากาศ มักจะมีการวัดคุณสมบัติทางฟิสิกส์ต่างๆ เช่น Aerosol Optical Thickness (AOT) เป็นต้น
ตรวจสอบสภาพอากาศ 7 วันข้างหน้า >> คลิกตรงนี้