ตนจึงตัดสินใจเลิกและทำงานหาเงินเลี้ยงลูกคนเดียวจนถึงปัจจุบัน โชคดีที่ได้รับคำแนะนำเสริมสร้างพลังใจจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเรื่อยมา โดยมีลูกเป็นกำลังใจสำคัญในการสู้กับปัญหาต่างๆ ดังนั้นตนจึงอยากฝากถึงคู่รักทุกรูปแบบว่า ควรให้เกียรติกัน ไม่ควรกระทำความรุนแรงไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม และต้องจับสัญญาณความรุนแรงที่เขาแสดงออกมาให้ดี เพื่อจะได้หาทางเอาตัวเองออกจากความุรนแรงหรือยุติความสัมพันธ์
ขณะที่"ผู้แทนอีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้" กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงในคู่รัก เป็นหนึ่งในรูปแบบของความรุนแรงที่พบได้ง่ายสุด ทั้งร่างกาย วาจา จิตใจ และเพศ การทารุณกรรมทางการเงิน เป็นต้น โดย 1 ใน 3 ของผู้หญิงทั่วโลกมีประสบการณ์ความรุนแรงในคู่รักในชีวิต แต่มีเพียงบางส่วนที่ได้รับความยุติธรรมอย่างที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 คนในครอบครัวต้องอยู่ด้วยกันมากขึ้น พบความรุนแรงเพิ่มขึ้นกว่า 60% เทียบกับช่วงก่อนระบาด
ทั้งนี้การแก้ปัญหาคือการตระหนักสัญญาณเชิงพฤติกรรมและการแสดงออก ซึ่งโครงการ Abuse is Not Love จะช่วยรณรงค์ให้เกิดความเข้าใจและตระหนักรู้มากขึ้น
โดยดำเนินการ 3 แนวทางคือ 1.สนับสนุนเงินทุนสำหรับงานวิจัยเชิงวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันปัญหาความรุนแรงในคู่รัก 2. การเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ 9 สัญญาณของความรุนแรงใน แก่ผู้คนอย่างน้อย 2 ล้านคนผ่านองค์กรพันธมิตรในหลากหลายประเทศ และ 3.อบรมพนักงาน YSL Beauty และ Beauty Advisor เกี่ยวกับความรุนแรงของคู่รักในสถานที่ทำงาน ซึ่งลอรีอัล กรุ๊ป ตั้งเป้าช่วยผู้หญิง 3 ล้านคนทั่วโลกภายในปี 2030 ผ่านโครงการต่างๆ โดยช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นใน 17 ประเทศทั่วโลก ได้ให้ความรู้แก่เยาวชนกว่า 100,000 คน
ทั้งนี้ 9 สัญญาณอันตรายที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในคู่รักข้อ คือ 1.หมางเมิน ในวันที่พวกเขาโกรธ 2.แบล็กเมล ถ้าคุณปฏิเสธที่จะทำบางอย่าง 3.ทำให้อับอายขายหน้าจนคุณรู้สึกไม่ดีกับตนเอง 4.พยายามปั่นหัว เพื่อบังคับให้คุณทำหรือพูดบางอย่าง 5.หึงหวง ในทุกอย่างที่คุณทำ 6.ควบคุม ทุกเรื่อง 7.รุกราน ตรวจโทรศัพท์หรือติดตามที่อยู่ของคุณ 8.ตัดขาด คุณออกจากเพื่อนและครอบครัว และ 9.ข่มขู่ ด้วยการบอกว่าคุณไม่ปกติและปลูกฝังความกลัว