svasdssvasds
เนชั่นทีวี

สังคม

โควิด เริ่มระบาดใหม่ ชี้ 8 จว.เสี่ยง กทม.และจว.ท่องเที่ยว ย้ำ สูงวัยฉีดวัคซีน

8 จังหวัดเสี่ยงโควิดระบาดเพิ่ม ทั้งกทม.และจังหวัดท่องเที่ยว "นพ.ธเรศ" ชี้ เริ่มต้นครั้งใหม่ ระบุ นอนรพ.สูงขึ้น ร้อยละ 12.8 ย้ำกลุ่ม 608 รีบเข้ารับวัคซีน

โควิด-19 เริ่มต้นระบาดครั้งใหม่

14 พฤศจิกายน 2565 นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ประเทศไทย สัปดาห์ที่ 45 มีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อ และผู้ป่วยนอนรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 12.8 เปรียบเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ผู้ป่วยอาการหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนผู้ป่วยเสียชีวิตยังมีแนวโน้มคงตัว ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ ในช่วงเริ่มต้นการระบาดครั้งใหม่ ที่มีลักษณะเป็น Small wave หลังจากการปรับให้โรคโควิด- 19 เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นมา

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค

8 จังหวัดเสี่ยงรวมกทม.

กรมควบคุมโรค ได้ติดตามข้อมูลเฝ้าระวังโรคจากทั้งผู้ป่วยรับการรักษาในโรงพยาบาล รวมทั้งผู้ป่วย หรือผู้ติดเชื้อที่ดูแลอาการตนเองที่บ้าน ผ่านทางระบบการรายงานของสปสช. และดำเนินการเฝ้าระวังสถานที่เสี่ยงใน 8 จังหวัด เริ่มพบผู้ป่วยที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น ทั้งในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดท่องเที่ยว โดยเฉพาะในภาคตะวันออก และภาคใต้

ซึ่งจังหวัดส่วนใหญ่รับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และต่างชาติเพิ่มขึ้น และมีการจัดกิจกรรมที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมากขึ้นด้วย แม้ว่าผู้ป่วยอาการหนักใส่ท่อช่วยหายใจ และผู้เสียชีวิตในรอบสัปดาห์ที่ 45 (วันที่ 6 – 12 พฤศจิกายน 2565) มากกว่าครึ่งหนึ่ง เป็นผู้ที่ไม่รับวัคซีนโควิด-19 และไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น ทำให้ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อโรค หากติดเชื้อโควิด-19 มีโอกาสป่วยหนักได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัย และผู้ที่มีโรคประจำตัว 

 

 

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค

 

กลุ่ม 608 มีอาการ ให้รีบพบแพทย์

ด้านนายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า ขณะนี้เน้นมาตรการตรวจรักษากลุ่ม 608 ที่เริ่มมีอาการป่วย ทั้งมีไข้ ไอ และตรวจ ATK พบเชื้อ ให้รีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาโรคโดยเร็ว ทั้งนี้แพทย์อาจพิจารณาให้ LAAB (ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป)โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ที่อาจจะสร้างภูมิคุ้มกันจากวัคซีนได้น้อย

ผู้สูงอายุควรงดออกจากบ้าน

"ในช่วงนี้ ผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับวัคซีนควรงดออกจากบ้าน และสมาชิกในครอบครัวที่เป็นกลุ่มวัยทำงาน มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสผู้ติดเชื้อนอกบ้าน เช่น ไปสถานบันเทิง ให้งดใกล้ชิดผู้สูงอายุ และพาพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ลุงป้า น้าอา ในบ้าน รวมทั้งเด็กเล็ก เด็กนักเรียน เข้ารับการฉีดวัคซีน ทั้งเข็มแรกหรือเข็มกระตุ้น หากได้รับเข็มสุดท้ายมานานเกิน 4 เดือน  เพื่อลดความเสี่ยงต่อการป่วยหนัก และ ลดระยะเวลาการรักษาโรค ที่พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือญาติต้องลางานเพื่อดูแลรักษาด้วย" นายแพทย์โสภณ กล่าวและกล่าวต่อ

พร้อมรับสถานการณ์หนัก

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียม ยา เวชภัณฑ์ วัคซีน รวมทั้ง LAAB ไว้เพียงพอ เพื่อรองรับการระบาดของโรคที่กำลังเพิ่มขึ้น รวมทั้งสถานพยาบาลทั้งภาครัฐ และเอกชน ทั่วประเทศ มีความพร้อมให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยสามารถสอบถามวันเวลาที่ให้บริการ ก่อนไปรับการฉีดวัคซีนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

อนึ่ง กลุ่ม 608 หมายถึง กลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มที่มีโรคประจำตัว รวมถึงกลุ่มสตรีมีครรภ์ 

กลุ่ม 608 กลุ่มเสี่ยงที่ควรรับวัคซีนมาที่สุด เนื่องจากขณะนี้โควิดเริ่มกลับมาระบาดใหม่