ภาคกลาง
จังหวัดกาญจนบุรี (อ.ทองผาภูมิ สังขละบุรี หนองปรือ บ่อพลอย เลาขวัญ) ราชบุรี (อ.สวนผึ้ง ปากท่อ บ้านคา) สุพรรณบุรี (อ.ด่านช้าง) นครนายก (อ.เมืองฯ ปากพลี) ปราจีนบุรี (อ.กบินทร์บุรี นาดี ประจันตคาม)
สระแก้ว (อ.เมืองฯ เขาฉกรรจ์ วัฒนานคร อรัญประเทศ) ระยอง (อ.เมืองฯ แกลง ปลวกแดง) จันทบุรี (อ.เมืองฯ นายายอาม เขาคิชฌกูฏ สอยดาว โป่งน้ำร้อน มะขาม ท่าใหม่ ขลุง) ตราด (ทุกอำเภอ) ปทุมธานี (อ.ธัญบุรี)
นนทบุรี (อ.เมืองฯ ปากเกร็ด) สมุทรปราการ (อ.เมืองฯ บางพลี) เพชรบุรี (อ.หนองหญ้าปล้อง แก่งกระจาน ชะอำ ท่ายาง) และประจวบคีรีขันธ์ (อ.หัวหิน ทับสะแก บางสะพาน บางสะพานน้อย)
ภาคใต้
จังหวัดชุมพร (อ.หลังสวน ทุ่งตะโก พะโต๊ะ) สุราษฎร์ธานี (อ.พนม คีรีรัฐนิคม) นครศรีธรรมราช (อ.ทุ่งใหญ่ ทุ่งสง นบพิตำ พรหมคีรี ขนอม) ระนอง (อ.ละอุ่น เมืองฯ กะเปอร์) พังงา (อ.เมืองฯ ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง กะปง คุระบุรี ท้ายเหมือง) ภูเก็ต (อ.ถลาง) และกระบี่ (อ.เขาพนม เกาะลันตา ลำทับ ปลายพระยา)
พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 5 - 9 กันยายน 2565
ภาคกลาง
จังหวัดชลบุรี (อ.เมืองฯ ศรีราชา เกาะสีชัง บางละมุง สัตหีบ) ระยอง (อ.เมืองฯ บ้านฉาง แกลง) จันทบุรี (อ.นายายอาม ท่าใหม่ แหลมสิงห์ ขลุง) และตราด (อ.เมืองฯ แหลมงอบ คลองใหญ่ เกาะกูด เกาะช้าง)
ภาคใต้
จังหวัดระนอง (อ.เมืองฯ สุขสำราญ กะเปอร์) พังงา (อ.เมืองฯ เกาะยาว ทับปุด ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า
คุระบุรี) ภูเก็ต (อ.เมืองฯ กะทู้ ถลาง) และกระบี่ (อ.เมืองฯ คลองท่อม เกาะลันตา เหนือคลอง อ่าวลึก)
กอปภ.ก. จึงได้ประสานแจ้งจังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ กรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยโดยติดตามปริมาณที่ตกในพื้นที่แต่ละจุดอย่างใกล้ชิด
และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงที่มีฝนตกหนักและปริมาณฝนตกสะสมจำนวนมาก ที่อาจส่งผลให้เกิดอุทกภัย สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำ น้ำตก ถ้ำลอด หากมีฝนตกหนักมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัย ให้มีประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลใดเข้าพื้นที่
ในพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณการแจ้งเตือนประชาชนบริเวณชายฝั่งทะเลโดยเฉพาะห้ามลงเล่นน้ำและประกอบกิจกรรมทางทะเลด้วยความระมัดระวังในช่วงคลื่นลมแรง
พร้อมทั้งจัดทีมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย อีกทั้งจัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) รวมถึงนำเครื่องมือเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยเข้าประจำจุดเสี่ยงอันตรายและพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อให้พร้อมเผชิญเหตุ และช่วยเหลือประชาชนทันที
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัดสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศและข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยขอให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้นและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
ท้ายนี้ ประชาชนสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และหากความเดือดร้อนจากสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย