svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

เตรียมยื่นตรวจ DNA ด.ช.กัมพูชา เพื่อคุ้มครองตามกฎหมาย

29 ส.ค. 2568

ดรามานักเรียนชายวัย 13 ปี ชาวกัมพูชา เตรียมถูกผลักดันกลับกประเทศ ล่าสุด บ้านพักเด็กฯ จ.สุรินทร์ เรียกประชุมหลายหน่วยงานเร่งหาทางออก

29 สิงหาคม 2568 หลังจากกลายเป็นดราม่ากรณีนักเรียนชายวัย 13 ปี ถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าว ตำรวจเข้าจับกุมตัวหลังเคารพธงชาติ ต้องเปลี่ยนชุดจากชุดลูกเสือเป็นชุดไปรเวท เพื่อเตรียมส่งตัวกลับประเทศกัมพูชา

ล่าสุด วันนี้ เวลา 10.30 น. ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์ ได้มีการประชุมหารือเพื่อหาทางออกกรณีดังกล่าว โดยมีทีมสหวิชาชีพเข้าร่วม หลังจากที่นายประหยัด ต๊ะสุยะ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยนางสาวสุพรรณรัตน์ ลับโกษา นักพัฒนาการเด็กผู้แทน สพม.สุรินทร์ ลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริงเมื่อวานนี้ (28 ส.ค.2568)

เบื้องต้นได้กำหนดแนวทางช่วยเหลือร่วมกัน โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33 ลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริงที่ ตม.จังหวัดสุรินทร์ พร้อมให้คำแนะนำด้านข้อกฎหมายและแนวทางการช่วยเหลือแก่แม่และเด็ก โดยอ้างอิงอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ข้อ 22 ซึ่งรับรองสิทธิของเด็กผู้ลี้ภัยและผู้แสวงหาที่พักพิง อีกทั้งยังมีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ร่วมด้วย

 

ครูโพสต์เศร้า! ลูกศิษย์วัย 13 ปี ชาว กัมพูชา ถูก ตร.จับผลักดันกลับ
https://www.nationtv.tv/news/social-news/378966085

 

เตรียมยื่นตรวจ DNA ด.ช.กัมพูชา เพื่อคุ้มครองตามกฎหมาย

ทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์ยังได้ประสานความช่วยเหลือเพื่อยื่นร้องต่อศาลเด็กและเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์ ในการพิสูจน์ DNA เพื่อให้ความคุ้มครองตามกฎหมาย

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีอัยการจังหวัดสุรินทร์เป็นประธาน โดยมีหลายหน่วยงานเข้าร่วม อาทิ ฝ่ายปกครอง, ตำรวจ สภ.บัวเชด, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุรินทร์, ศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์, ผู้อำนวยการโรงเรียนบัวเชดวิทยา และทนายอาสา โดยเนื้อหาหลักมุ่งหารือถึงการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 เพื่อร่วมกันหาทางออกที่เหมาะสม

เตรียมยื่นตรวจ DNA ด.ช.กัมพูชา เพื่อคุ้มครองตามกฎหมาย

ข่าวข้น คนข่าว

สั่งทุกจังหวัดตั้งหน่วยคุมเข้มกักตุนน้ำมัน | ข่าวข้นคนข่าว | 16 มี.ค. 69 | PART 1

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้เปิดเผยกับทางรายการข่าวข้นคนข่าวว่า “ทางรัฐบาลได้สั่งการให้ทุกจังหวัดคุมเข้ม เพื่อไม่ให้เกิดการกักตุนน้ำมัน จนสร้างผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ส่วนความเชื่อของบางฝ่ายว่า ปั๊มน้ำมันที่ขึ้นป้ายว่าหมด แต่ความจริงแล้วไม่ได้หมด นั้นรองนายกฯ มองว่า ไม่เป็นความจริง เพราะหากปั๊มกักตุนน้ำมันจริง เปรียบเสมือนการฆ่าตัวตาย เพราะปั๊มได้เงินเพิ่มขึ้นไม่กี่บาท ไม่คุ้มกับโดนค่าปรับ”