โมเดลการเมืองในอนาคตระยะใกล้ โดยเฉพาะในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะมีรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อต่อสู้ให้ตนเองมีที่ยืน
1.โมเดลเสรีนิยมสุดขั้ว - นำโด่งโดย"พรรคก้าวไกล" และยังมองไม่เห็นคู่แข่ง
2.โมเดลอนุรักษ์นิยม/ประชานิยม - นำโดยพรรคเพื่อไทย
"โมเดลนี้มีความน่าสนใจ และมีงานวิจัยในต่างประเทศรองรับ
**โมเดลนี้ จริงๆ แล้วก็เป็นแหล่งรวมของคนแนวคิดเก่า แต่สวมเสื้อคลุมใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น
3.นีโอ-คอนเซอร์เวทีฟ หรือ "อนุรักษ์นิยมแนวคิดใหม่" คือใช้แนวทางเสรีนิยมบางเรื่อง แต่ไม่สุดโต่ง และยังคงรักษาอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณีดั้งเดิมเอาไว้ เช่น มาตรา 112 / เด็กเคารพผู้ใหญ่
***กลุ่มนี้จะแตกต่างจากเพื่อไทย คือใช้นโยบายแนวเสรีนิยม เช่น สวัสดิการถ้วนหน้า ไม่ใช่แค่แจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น****
เดิมหลายฝ่ายมองว่า "ประชาธิปัตย์"จะเป็นผู้นำแนวคิดนี้ อย่าลืมว่า ปชป.ก็มีการวางรากฐานทางการเมืองผ่านคนรุ่นใหม่ในนามยุวประชาธิปัตย์ มานานแล้ว แต่ปรากฏว่าปัญหาในพรรคเก่าแก่ลึกล้ำเกินบรรยาย
ล่าสุด จึงต้องจับตาไปที่ "สารวัตรต้น" พันตำรวจโท กุลธน ประจวบเหมาะ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ที่จับจังหวะ และขายไอเดียนี้ ด้วยการตั้งกลุ่มแนวๆ "นีโอ-คอนเซอร์เวทีฟ"
แต่ความต่างจากที่เพื่อไทยกำลังทำ คือ เปิดโอกาสให้ “คนรุ่นใหม่” ได้ทำงานจริงๆ แล้วคนรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์เป็นแค่ “พี่เลี้ยง” โดยยึดโมเดล "กลุ่มกรุงเทพ 50" ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ในการเมืองไทยยุคหลังรัฐประหารปี 49 และหลังยุบพรรคไทยรักไทยเมื่อปี 50 แล้วมา เป็นกลุ่มคนการเมืองรุ่นใหม่ที่เน้นขับเคลื่อนงานการเมืองแบบใหม่ มุ่งนโยบายพัฒนาด้วยความคิดใหม่ๆ และมีพื้นที่ทำงานจริง ไม่ใช่แค่คิด แล้วเสนอคนรุ่นเก่า
"สารวัตรต้น" ตั้งเป้า จะระดมคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกันทำงานหลักร้อยคน และเตรียมนำแนวคิดนี้ไปหารือกับ "คุณหญิงหน่อย" สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวเรือใหญ่ของไทยสร้างไทย ซึ่งมีแนวคิดเปิดพื้นที่คนรุ่นใหม่เช่นกัน โดย "สารวัตรต้น" ไม่เคยคิดทิ้งพรรคไปไหน และให้ความเคารพเกรงใจคุณหญิงหน่อยอย่างมาก จึงเชื่อว่าคุณหญิงหน่อยจะสนับสนุนแนวทางนี้
4.โมเดลท้องถิ่นนิยม - เช่น พรรคประชาธิปัตย์ ในอนาคตอาจเป็นได้แค่ "พรรคภาคใต้" หรืออย่างกลุ่ม"ผู้กองธรรมนัส" หากจะตั้งพรรคภาคเหนือ มีเมืองหลวงที่พะเยา ก็มีความเป็นไปได้ และโมเดลนี้ยังคล้ายกับพรรคภูมิใจไทยในบางพื้นที่ เช่น บุรีรัมย์ ด้วย
5.โมเดล ตอกเสาเข็ม - พรรคที่ประสบความสำเร็จ คือ "ภูมิใจไทย" แนวทาง “ตอกเสาเข็ม” จัดหนักจัดเต็ม โดยเฉพาะกระสุน และโครงการพัฒนา ผ่านทั้งงบประมาณจากส่วนกลาง หน่วยงานรัฐส่วนกลาง และองค์กรปกครองท้องถิ่น
6.โมเดลแบบเพื่อไทรวมพลัง - เน้นเจาะพื้นที่เฉพาะ ทำการเมืองครองใจประชาชนในพื้นที่นั้นๆ แบบครบวงจร และเลือกส่งผู้สมัครเฉพาะพื้นที่ที่ชัวร์เกิน 80% อาจเป็นพรรคขนาดไม่ใหญ่ แต่มีความจำเป็นในการตั้งรัฐบาลผสม
ความต่างระหว่างโมเดลการเมืองรูปแบบต่างๆ
แบบแรก - เน้นกระแส นโยบาย และจุดยืน เป็นหลัก
แบบที่ 2-3 - เน้นกระแส + นโยบาย + จุดยืนบางอย่าง แต่สวนทาง หรือตรงข้ามกับแบบแรก
แบบที่ 4-6 - ไม่เน้นกระแส ไม่เน้นนโยบายมากนัก แต่เน้นการเข้าถึงประชาชน ดูแลประชาชนและพัฒนาพื้นที่แบบครบวงจร