"กกต.ได้แจ้งมาว่าจะประกาศเขตเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษาได้ภายใน"วันที่ 28 กุมภาพันธ์" หรือเร็วกว่านั้น" ประโยคนี่หล่ะสมควรขีดเส้นใต้ตัวหนา
กระบวนการทำงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจง หลังออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จำนวน ส.ส.และเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด ในการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไปครั้งแรก
โดยให้สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งจังหวัดที่มีจำนวน ส.ส. มากกว่า 1 คน ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด จัดทำรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง ภายใน 3 วัน
โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขต ให้ติดต่อกันและต้องจัดให้มีจำนวนราษฎร ในแต่ละเขตเลือกตั้งใกล้เคียงกัน แล้วประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างน้อย 3 รูปแบบ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองและประชาชนในจังหวัดเป็นเวลา 10 วัน
ในกรณีจังหวัดที่มีจำนวนสมาชิก ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 คน ให้ดำเนินการปิดประกาศเขตเลือกตั้ง ที่สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล และให้เผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัด รวมทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ
ไม่เพียงเท่านั้น ฟังความจากวิษณุ ที่ออกมาเปิดเผยว่า เมื่อวันทื่ 31 มกราคมที่ผ่านมา เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อ่านจดหมายของนายชวน ว่าขอความร่วมมือ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับอีกครั้งหนึ่งว่าการประชุมสภาเหลืออีกไม่กี่ครั้ง ขอให้ช่วยรักษาเกียรติประวัตินี้เอาไว้ ให้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นผลงานของสภาที่จะบันทึกไว้ ยืนยันว่าการอภิปราย ม.152 ไม่มีปัญหา เพราะรัฐบาลพร้อมที่จะตอบ แต่หากองค์ประชุมไม่ครบด้วยเหตุใด ก็ไม่ทราบ แต่ถึงอย่างไร ถ้าไม่มีใครขอให้นับองค์ประชุม ก็ไม่เป็นไร
ตามมาด้วย การะบุว่า ในการประชุมครม. วันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ จะเสนอพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 1 มีนาคม
"แปลว่าอยู่ไปตามนั้น หากล่ม ก็ไม่ต้องประชุม แต่ไม่เป็นเหตุให้ยุบสภา เพราะหากยุบก็ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ และจะนับหนึ่งเร็วเกินไปจนยุ่งกันทุกพรรค"
"อย่างไรก็ตาม ไม่มีกฎหมายของรัฐบาลที่จะเสนอต่อสภาแล้ว เพราะได้หารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าต่อไปนี้รัฐบาลจะไม่ส่งกฎหมายฉบับใหม่แล้ว เพราะวันประชุมจะเหลือ 4 ครั้ง เพราะหักอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ก็จะเหลือ 3 ครั้ง"
เมื่อไล่เรียงคำแจกแจงของ"เนติบริกร" ทำให้เห็นไทมไลน์หรือสัญญาณการประกาศยุบสภาเด่นชัดขึ้น
ประการแรก สรุปได้อยู่เหมือนกันว่า ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากรอการแบ่งเขตฉบับสมบูรณ์ประกาศลงในราชกิจจาฯ ภายใน 28 ก.พ. ถึงจะมีการเลือกตั้งได้
ประการที่สอง รัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ ต้องการใช้สภาชี้แจงผลงานในญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ และจากนั้นจะปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 28 ก.พ.นั้น โดยที่ สำนักเลขาธิการครม.เตรียมเรื่องเสนอ พรฎ.ปิดสมัยประชุมให้ที่ประชุมครม.รับทราบในวันที่ 7 ก.พ.นี้
ยิ่งตอกย้ำว่า เหตุการณ์ "การยุบสภา" จะเกิดขึ้นในช่วงวันใดวันหนึ่งของเดือนกุมภาพันธ์ แทบปิดประตูไปได้เลย ต้องมาเริ่มต้นจับตากันใหม่ในเดือนมีนาคม ที่มีแนวโน้มมากกว่า
"การประกาศยุบสภาจะเกิดขึ้น ก่อนวันที่ 23 มีนาคม 2566"