นางแสงเดือน กล่าวอีกว่า ดราม่าที่เกิดขึ้น สิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์มาสิ่งไหนที่เราแก้ไขได้ก็จะแก้ไข ในส่วนไหนที่ไม่เป็นความจริงก็อโหสิกรรมให้ อยากขอให้ว่ารู้จักเมตตา ใครที่ไม่เคยสูญเสียจะไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้มันเจ็บปวดขนาดไหน การที่ตัวเองเห็นสัตว์ที่รัก ดูแลมาตายไปต่อหน้า ใจมันแตกสลายเป็นชิ้นๆ เพราะฉะนั้นอยากฝากบอกว่า ถ้าคุณมาสูญเสียแบบเราบ้างคุณจะรู้ว่าเรารู้สึกอย่างไร แต่วันนี้จะไม่ต่อต้านต่อสู้กับดราม่าเหล่านี้
ทั้งนี้อุทกภัยไม่มีใครคาดคิด ตอนที่น้ำท่วมเราไม่เคยมีประวัติศาสมาแบบนี้มาก่อน ครั้งนี้หนักที่สุด เราไม่เคยท่วมถึงขนาดนี้ เราได้ อพยพ 2 ส่วน ส่วนแรกคือส่วนที่ใกล้น้ำก็ต้องอพยพหมดเลย อีกส่วนหนึ่งก็คือส่วนที่ไม่เคยท่วมเลยเราให้เค้าอยู่ตรงนั้นตรงนั้น และส่วนที่อยู่ของหมูและควายเป็นส่วนของหมู่บ้านที่ติดเขาซึ่งส่วนนี้อยู่ไกลแม่น้ำจึงไม่คิดว่ามันจะไปถึง ตอนที่ตนไปถึงตนเห็นว่าน้ำท่วมสูงมาก เห็นกระแสน้ำ ตนรู้เลยว่าลูกๆ ของตนอยู่ใต้น้ำ
ส่วนประเด็นกานฝั่งกลบนั้น เราทำอย่างเต็มที่ ตอนที่เราฝังเรามีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้ามาดูแลด้วย ตนไม่ได้ไปชี้ว่าฝังตรงไหนเพราะที่ตรงนั้นเจ้าของรีสอร์ทอนุญาต แต่ตอนแรกตนอยากจะเอาทั้ง 2 เชือกกลับมาฝังที่ปาง แต่มันไม่สามารถนำเอาข้ามมาได้ จุดที่ฝังทางเจ้าของรีสอร์ทก็เห็นแล้ว และอนุญาตให้ฝังในพื้นที่ของเขาซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารที่ครบถ้วน
"ตอนนี้ตนยังฝันร้าย ภาพน้ำยังติดตาอยู่ แต่ต้องอยู่ให้ได้เพื่อสัตว์อีกกว่า 5,000 ชีวิต ต่อไปตนจะไม่ให้ลูกของตนเผชิญกับแบบนี้อีก เพราะภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้นทุกวัน จึงได้คิดวางแผนที่จะย้ายไปอยู่พื้นที่อื่นที่ปลอดภัย" นางแสงเดือน กล่าว