"เชียงรายวิกฤต" น้ำท่วมวันที่ 2 เร่งอพยพประชาชนอลม่าน 10 ชุมชนจมบาดาล
12 ก.ย. 2567

"น้ำท่วมเมืองเชียงรายยังวิกฤต" วันที่ 2 เร่งอพยพประชาชนอลม่าน เขตเศรษฐกิจจมน้ำถึงย่านไนท์บาร์ซาร์ ขณะที่ห้าเเยกพ่อขุนน้ำสูงกว่า 1 เมตร ไม่สามารถอยู่ในบ้านได้
ข่าว
12 ก.ย. 2567

"น้ำท่วมเมืองเชียงรายยังวิกฤต" วันที่ 2 เร่งอพยพประชาชนอลม่าน เขตเศรษฐกิจจมน้ำถึงย่านไนท์บาร์ซาร์ ขณะที่ห้าเเยกพ่อขุนน้ำสูงกว่า 1 เมตร ไม่สามารถอยู่ในบ้านได้
12 กันยายน 2567 สถานการณ์น้ำท่วมในเขตเมืองเชียงราย หลังมวลน้ำระลอก 2 จาก ต.ท่าตอน อ.เเม่อาย จ.เชียงใหม่ ไหลมาสมทบ ทำให้มวลน้ำสูงสุดถึงจุดพีคช่วงเวลา 05.00 น. วันนี้ (12 ก.ย.) โดยวัดจากระดับน้ำบริเวณสะพานขัวพระยาเม็งราย ซึ่งอยู่ที่ 8 เมตร 91 เซ็นติเมตร เป็นระดับที่สูงสุดที่เเผ่รัศมีปกคลุมในเขตเทศบาลเมืองเชียราย เเละพื้นที่ตำบลรอบนอก อีกหลายตำบลในเขตเมืองที่อยู่ริมน้ำกก
โดยเฉพาะจุดที่เป็นเเลนด์มาร์ค ห้าเเยกพ่อขุนพญาเม็งราย ซึ่งมวลน้ำปกคลุมเต็มพื้นที่บริเวณห้าเเยกพ่อขุนฯ ท่วมถึงฐานที่นั่งบูชาพระยาเม็งราย ระดับน้ำสูง 60-70 เซนติเมตร ส่วนพื้นที่ชุมชนโดยรอบห้าเเยกพ่อขุน
ด้านหน้าพ่อขุน เข้าไปเป็นชุมชนเกาะทอง บ้านไร่ วังดิน หน้าสนามกีฬากลาง ได้รับผลกระทบทั้งหมด
ด้านซ้ายของพ่อขุนเป็นชุมชน รั้วเหล็กเหนือ รั้วเหล็กใต้ เกาะลอย กองยาว โซนนี้ได้รับผลกระทบก่อน เพราะใกล้แม่น้ำกก ระดับน้ำที่ท่วมตามชุมชน สูงตั้งเเต่ 1.50 ม.จนถึง 2 ม.ประชาชนต้องลุยฝ่ากระเเสน้ำ ระดับคอ ออกมารับน้ำ ผู้สูงอายุกล้ามเนืัออ่อนเเรง บางรายน้ำระดับคอ เพื่อจะออกไปโรงพยาบาล
ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ยังคงต้องเร่งอพยพผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก ออกมาจากชุมชน หลังจากที่ดูระดับน้ำสูงขึ้นจนในชุมชนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ประชาชนบางรายร้องขออาหาร น้ำดื่ม บางรายยังไม่ได้รับประทานข้าวตั้งแต่เมื่อเย็นวาน จนกระทั่ง 10:30 น.วันนี้ เพิ่งจะได้รับอาหารน้ำดื่มครั้งแรก กู้ภัยต้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือ ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว เรือบางลำสู้กระเเสน้ำไม่ไหว ก็ต้องเลือกเส้นทางที่เข้าไปช่วยได้ก่อน
ชาวบ้านร่ำไห้ อพยพหนีน้ำ ข้าวของจมเรียบ
ผู้สูงอายุชาวชุมชน เกาะทอง ต.เวียง อ.เมือง อยู่กัน 3 คน ลูกหลาน ได้รับการช่วยเหลือออกมา เล่าว่า ข้างอยู่ไม่ได้แล้ว พร้อมกับ ร่ำไห้เพราะทรัพย์สินเสียหายไม่เหลืออะไร เเต่เวลานี้ต้องขออพยพเอาตัวรอด ออกมาก่อน
ส่วนที่ชุมชน เกาะลอย ต.เวียง เเละ ชุมชน เทิดพระเกียรติ ต.รอบเวียง ตลอดทั้งวันมีการอพยพประชาชนออกมา เพราะภายในชุมชน มีทั้งหอพัก โรงเเรม เเละ บ้านเรือนประชาชน ซึ่งมีน้ำท่วมสูง และ ยังไหลเชี่ยว กู้ภัย ต้องใช้ เรือลาก ใช้เจ็ตสกี ขับไปรับผู้สูงอายุ บางรายใช้เปลแบกออกมา ระดับน้ำในชุมชุมยังท่วมสูงถึงหน้าอก บ้านเรือนติดริมน้ำกกยังลึกกว่า 2 เมตร มีผู้ประสบภัยกว่า 500 หลังคาเรือน
"มูล นรรัตน์" ประธานชุมชน เกาะลอย เล่าว่า ชาวบ้านที่ส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขาย ข้าราชการสูงอายุที่เออรี่ เวลานี้เป็นห่วงหลังน้ำลด ที่จะต้องมีการฟื้นฟู รวมทั้งความเสียหายข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือนของชาวบ้าน ที่ส่วนใหญ่เสียหายหนักจากน้ำที่ท่วมสูงหลังอพยพกันออกไป
"ฟองจันทร์ ราชเมืองแก้ว" ชาวชุมชนเทิดพระเกียรติ อายุ 86 ปี เล่าว่า เธอผ่านน้ำท่วมหนักมา 3 ครั้ง คือ ปี 2531 ปี 2537 เเละปีล่าสุด 2567 เธอบอกว่า เกินจะคิด เมื่อคืนอพยพไปอยู่ข้างนอก หลังในบ้านอยู่ไม่ได้เก็บของไม่ทัน เธอบอกว่า ร้องไห้ไปหลายครั้งเเล้ว เเต่ร้องไปคงไม่ได้อะไร เพราะมีคนเดือดร้อนกันจำนวนมาก เชื่อกลับเข้าไปบ้านข้าวของน่าจะเสียหมดเเล้ว
ในโอกาสนี้ เนชั่นปันน้ำใจ ช่วยภัยน้ำท่วม จึงมอบถุงยังชีพให้กับคุณยาย ผู้ประสบภัยไว้หนึ่งชุด ซึ่งมี ข้าวสาร อาหารเเห้ง นม ยารักษาโรค เเละ ผ้าขนหนู เพื่อบรรเทาทุกข์ในเบื้งต้น ในเขตเทศบาลนครเชียงราย ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ กว่า10ชุน ได้แก่ ชุมชนแควหวาย, ชุมชนกกโท้ง, ชุมชนร่องเสือเต้น, ชุมชนฝั่งหมิ่น, ชุมชนริมน้ำกก, ชุมชนน้ำลัด ชุมชนป่างิ้ว ชุมชนทวีรัตน์
"เชื่อน้ำท่วมหนักเขตเศรษฐกิจ เพราะตัดไม้ ทำลายป่า"
ทั้งนี้ยังพบว่า มวลน้ำยังผุดออกตามต่อระบายน้ำเข้าท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจ ที่เต็มไปด้วยโรงเเรมที่พัก ร้านอาหาร ศูนย์การค้า สปา รัานถ่ายรูป ร้านขายนาฬิกา น้ำท่วมทะลักเต็มชั้นใต้ดิน ท่วมถึงสถานีขนส่งผู้โดยสาร เเละ ไนท์บารซาร์ ตลาดขายสินค้า ถนนคนเดินเมืองเชียงราย ซึ่งเป็นเเลนด์มาคขึ้นชื่อ เเละเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญ โดยระดับน้ำท่วมระดับ 40-50 เซนติเมตร
ชาวเทศบาลเมือง เล่าว่า เมื่อ 30 ปี ก่อน น้ำท่วมมาจากทางใต้ น้ำมาจากเวียงป่าเป้า เเม่สวย เเต่ปีนี้มาจาเเม่น้ำกก รับน้ำเต็มๆ จากเมียนมา พอทราบว่าน้ำมาก็เตรียมยกของไว้ เเต่ไม่ได้เสริมกระสอบทราย เพราะเข้าได้ทุกด้าน เชื่อปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนเเปลง การเกิดอุทกภัย สาเหตุหลัก มาจากป่าไม้อย่างเเน่นอน ที่มีการตัดไม้ เเผ้วถางปลูกสับปะรด เเละ ตอนนี้นิยมปลูกยางพารา ซึ่งต้นยางไม่มีรากเเก้ว จึงไม่ดูดซับน้ำได้ น้ำที่ลงมาเป็นน้ำป่าล้วนๆ เพราะมันเเดง ปกติจะไม่เเดงเเบบนี้
ข่าวล่าสุด