เนชั่นทีวี

ข่าว

"หมอยง" เผยที่มาชื่อ "ฝีดาษลิง" ด้านอนามัยโลกชี้ไม่ระบาดเท่าโควิด-19

21 ส.ค. 2567 | natthanan_chu

"หมอยง" เผยที่มาชื่อ "ฝีดาษลิง" ด้านอนามัยโลกชี้ไม่ระบาดเท่าโควิด-19

"หมอยง" เผยชื่อ "ฝีดาษลิง หรือ ฝีดาษวานร" "หมอประเสริฐ ทองเจริญ" ตั้งให้ ด้านอนามัยโลกชี้ไม่ระบาดรุนแรงเท่าโควิด

21 สิงหาคม 2567 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Yong Poovorawan" เกี่ยวกับ ฝีดาษลิง โดยระบุว่า 

 

ฝีดาษวานร (Monkeypox หรือ Mpox) จะเล่าเป็นตอนๆ

การตั้งชื่อ 

ฝีดาษวานร พบและรายงานครั้งแรก เป็นการระบาดในลิงที่เลี้ยงไว้ทดลอง ลิงมีอาการและแยกเชื้อได้ในกลุ่มของฝีดาษ (poxvirus) จึงเรียกว่าฝีดาษลิง (Monkeypox) เมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว 

 

จนกระทั่งอีก 10 กว่าปีต่อมา พบโรคนี้ในมนุษย์ที่คองโก ไม่ทราบแน่ชัดว่าติดมาจากสัตว์ใด และก็พบเรื่อยมา ต่อมาจึงเข้าใจว่าสัตว์นำโรค น่าจะเป็นสัตว์ตระกูลฟันแทะหรือหนู และสามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้

 

การตั้งชื่อ ฝีดาษลิงหรือฝีดาษวานร ก็เพราะพบครั้งแรก ในลิง แต่ความเป็นจริงการติดต่อสู่คน ไม่ทราบว่าเป็นสัตว์ชนิดใด น่าจะเป็นสัตว์ในตระกูลฟันแทะ ในระยะหลังนี้องค์การอนามัยโลกเองจะตั้งชื่อโรคที่เกิดจากไวรัส หรือโรคอุบัติใหม่ จะไม่ใช้ชื่อสถานที่ สัตว์นำโรค บุคคล มาตั้งเป็นชื่อโรค เพราะจะทำให้เกิดบาดแผลต่อสิ่งนั้น หรือแนวคิดทัศนคติทางลบต่อสิ่งนั้นๆ องค์การอนามัยโลกจึงตั้งชื่อว่า “Mpox” 

 

สำหรับประเทศไทย ผู้ที่ตั้งชื่อว่าฝีดาษวานร คือ ศาสตราจารย์ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ

ฝีดาษวานร MPOX สายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวัง 

 

เดิมการระบาดของฝีดาษวานร ใน 2 ปีที่ผ่านมา ระบาดมากนอกทวีปแอฟริกา เป็นสายพันธุ์กลุ่ม 2 Clade 2b  รวมทั้งที่พบในประเทศไทยมากกว่า 400 ราย สายพันธุ์นี้ไม่รุนแรง พบในผู้ใหญ่ เพศชาย ส่วนใหญ่จะเป็นการสัมผัสจากเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะในชายรักชาย  98% จึงเป็นเพศชาย

 

สายพันธุ์ที่มีการระบาดในประเทศคองโก ในปีนี้มีผู้ป่วยนับหมื่นราย และแพร่กระจายไปหลายประเทศในทวีปแอฟริกา เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่อยู่ในกลุ่มที่ 1 Clade 1  และมีการเปลี่ยนแปลงเป็น Clade 1b สายพันธุ์นี้พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ชายและหญิง และที่เสียชีวิตมากส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก เป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงกว่า สายพันธุ์กลุ่ม 2 การติดต่อนอกจากสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังพบว่าฝอยละอองทางการหายใจ ก็สามารถทำให้ติดได้ 


สายพันธุ์นี้จึงเป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะอาจจะทำให้เกิดการระบาดใหญ่ได้ทั่วโลก 

 

สำหรับประเทศไทย ทุกรายของฝีดาษวานร จะต้องมีการเฝ้าระวัง ตรวจวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว และแยกสายพันธุ์ให้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อมาตรการการป้องกันไม่ให้แพร่กระจายของสายพันธุ์กลุ่มที่ 2 ในประเทศไทย

ขณะที่ นพ.ฮานส์ คลูก ผู้อำนวยการภาคพื้นยุโรปขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหม่ของ ฝีดาษวานร (Monkeypox หรือ Mpox) ซึ่งดับเบิลยูเอชโอประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการประกาศซ้ำในรอบ 2 ปี ต่อจากระหว่างปี 2565-2566 ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใหม่หรือเก่า

 

ฝีดาษลิงไม่ได้รุนแรงเหมือนกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งประชาคมโลกมีความเข้าใจขั้นพื้นฐานต่อโรคดังกล่าว และเรียนรู้ รวมถึงถอดบทเรียนจากการแพร่ระบาดครั้งก่อนแล้วว่า จะเฝ้าระวัง และป้องกันอย่างไร พร้อมทั้งยืนยันว่า ความเสี่ยงที่โรคฝีดาษลิงจะแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง “ยังอยู่ในระดับต่ำ”

 


อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคยุโรป (อีซีดีซี) ยกระดับเตือนภัย ความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงในภูมิภาค จาก “ต่ำ” เป็น “ปานกลาง” โดยยืนยันว่า แนวโน้มการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคฝีดาษลิงในทวีปยุโรป “ยังอยู่ในระดับต่ำ” แต่ทุกฝ่ายควรมีมาตรการคัดกรอง และควบคุมโรคที่เข้มงวดมากขึ้น เนื่องจากเริ่มมีการแพร่ระบาด ข้ามพรมแดนออกจากทวีปแอฟริกา

 


ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่ 1 หรือเคลดวัน มีความรุนแรงระดับสูงสุดในบรรดาทุกสายพันธุ์ และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง ร้อยละ 10 แต่มีอัตราการกลายพันธุ์ต่ำ และกลุ่มเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่ 2 หรือเคลด 2 แม้มีความรุนแรงของโรคต่ำกว่าเคลดวัน แต่มีอัตราการกลายพันธุ์ต่ำถึงปานกลาง

 


การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยองค์การอนามัยโลกในครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับกลุ่มเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ “เคลดวันบี” ซึ่งกลายพันธุ์มาจากกลุ่มสายพันธุ์ที่ 1  และมีความรุนแรงมากกว่า และมีรายงานว่า พบผู้ป่วยฝีดาษลิงสายพันธุ์ เคลดทูรายใหม่ประมาณ 100 คนในยุโรปเป็นประจำทุกเดือน 
 

ข่าวล่าสุด