เนชั่นทีวี

ข่าว

นายกเมืองพัทยา หนุนนโยบายรัฐบาล จัดงาน "มหาสงกรานต์ 2567" ดัน Soft Power

13 มี.ค. 2567

นายกเมืองพัทยา หนุนนโยบายรัฐบาล จัดงาน "มหาสงกรานต์ 2567" ดัน Soft Power

นายกเมืองพัทยา ประกาศหนุนนโยบายรัฐบาล จัดงาน "เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2567" ดัน Soft Power ระบุ เมืองพัทยา จับมือ วธ. จัดงานสงกรานต์และวันไหลพัทยา 18-20 เม.ย. สุดยิ่งใหญ่อัดแน่นไปด้วยวัฒนธรรมและความบันเทิง พร้อมแย้มความพิเศษในงาน

13 มีนาคม 2567 หลังจากที่องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้มอบประกาศนียบัตร (Certificate) รับรองประกาศขึ้นทะเบียน "สงกรานต์ในประเทศไทย" ประเพณีสงกรานต์เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษย์ชาติอย่างเป็นทางการ 

ทั้งนี้ รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเดินหน้ายกระดับประเพณีสงกรานต์ของไทย โดยคงเนื้อหาในการเผยแพร่สาระคุณค่า สร้างการรับรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง และให้ตระหนักถึงความสำคัญตามขนบประเพณีของชุมชนท้องถิ่นต่าง ๆ โดยเตรียมจัดงานมหาสงกรานต์ "World Songkran Festival ประเพณีสงกรานต์ไทย หมุดหมายนักท่องเที่ยวทั่วโลก" ดำเนินงานผ่านเครือข่ายวัฒนธรรม 76 จังหวัดทั่วประเทศ และ 50 เขตในกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1 - 21 เมษายน 2567 นี้ นั้น 

 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา
ด้าน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวถึงแนวทางการเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่จะเดินหน้ายกระดับประเพณีสงกรานต์ของไทย หลังได้รับรองประกาศขึ้นทะเบียน "สงกรานต์ในประเทศไทย" ประเพณีสงกรานต์เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษย์ชาติ ว่า เมืองพัทยาพร้อมผลักดันนโยบายดังกล่าวของรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาเมืองพัทยาได้มีการจัดงานประเพณีสงกรานต์ของไทยมาอย่างต่อเนื่องทุกปี และในปีนี้การจัดงานประเพณีสงกรานต์และวันไหลเมืองพัทยาจะมีความพิเศษเกิดขึ้น โดยกำหนดจัดงานตั้งแต่วันที่ 18-20 เมษายน 2567 ซึ่งในวันที่ 18-19 เมษายน 2567 จะเป็นงานวันไหลนาเกลือและวันไหลพัทยา 
บรรยากาศสงกรานต์เมืองพัทยา (แฟ้มภาพ)
ทั้งนี้การจัดกิจกรรมทั้ง 2 วัน ในช่วงเช้าจะเป็นการจัดกิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำขอพรจากผู้สูงอายุ จากนั้น จะมีการเคลื่อนขบวนแห่พระพุทธรูปและพระสงฆ์ จากวัดชัยมงคลไปตามถนนเลียบชายหาดพัทยา นอกจากนี้ที่วัดชัยมงคลก็จะมีการจัดการละเล่นพื้นบ้านให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกสืบสานวัฒนธรรมการละเล่นของไทยแต่โบราณ 

และในช่วงบ่ายยาวไปถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 18-19 เมษายน จะเป็นช่วงของการกิจกรรมให้ความบันเทิง บริเวณชายหาดพัทยากลาง ซึ่งถือเป็นปีแรกที่จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น 

ส่วนในวันที่ 20 เมษายน 2567 จะเป็นการจัดงานวันกองข้าว ซึ่งเป็นพิธีบวงสรวงกองข้าวและขบวนแห่ นางฟ้า เทวดา ขบวนแห่ผีป่า ตามความเชื่อโบราณหมายถึงการร่วมกันกินข้าวกับบรรพบุรุษ เหล่านางฟ้า เทวดา และผีป่า โดยกำหนดจัด 2 ที่ คือที่ลานโพธิ์นาเกลือและวัดหนองใหญ่ เป็นต้น 
 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา

"สิ่งที่พิเศษในการจัดงานประเพณีสงกรานต์และงานวันไหลเมืองพัทยาในปีนี้ ด้วยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้เลือกเมืองพัทยาในการผลักดัน Soft Power จัดงานมหาสงกรานต์ World Songkran Festival ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล โดยจะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในการส่งเสริมการจัดงานสงกรานต์และวันไหลเมืองพัทยาตลอด 2 วัน ซึ่งกิจกรรมนั้นจะเน้นในเรื่องตำนานวันสงกรานต์ของไทย"

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริม สืบสานในเรื่องของวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ และจะไม่ทิ้งความเป็นเมืองพัทยาในเรื่องของความสนุกสนาน ผมเชื่อว่าการจัดงานสงกรานต์และวันไหลเมืองพัทยาในปีนี้จะยิ่งใหญ่กว่าทุกๆปี อย่างแน่นนอน โดยจะอัดแน่นไปด้วยวัฒนธรรมและความบันเทิงตลอดการจัดงาน" นายกเมืองพัทยา กล่าว

ทำความรู้จัก "วันไหล"

"วันไหล"
ที่แต่เดิมมีชื่อเรียกว่า "ประเพณีก่อพระทรายน้ำไหล" คือ เป็นวันทำบุญขึ้นปีใหม่ที่นิยมปฏิบัติต่อๆ กันมาในพื้นที่ภาคตะวันออก และภาคกลางบางพื้นที่ มักจะจัดงานฉลองปีใหม่ขึ้นในช่วงหลังวันสงกรานต์ปกติ เป็นระยะเวลา 5-6 วัน 

โดยชาวบ้านจะก่อพระเจดีย์ทรายถวายเป็นพุทธบูชา ให้ครบ 84,000 กอง เท่าจำนวนพระธรรมขันธ์ในศาสนาพุทธ โดยแต่ละกองจะถูกตกแต่งให้สวยงามด้วยการปักธงทิวต่าง ๆ ตกแต่งกันอย่างวิจิตบรรจง องค์ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง สุดแต่กำลัง รวมถึงมีผ้าป่า และสมณบริขารสำหรับถวายพระ และนมัสการพระสงฆ์พิจารณาบังสุกุล ทำบุญเลี้ยงพระ และและเลี้ยงแขกผู้ร่วมงานเป็นการสนุกสนานในเทศกาลตรุษสงกรานต์

เมื่อเสร็จงาน ทางวัดจะได้นำทรายจากการก่อพระเจดีย์ทรายไปสร้างเสนาสนะ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของภิกษุสงฆ์ ปูชนียสถานในวัด หรือถมที่ทางบริเวณวัด วัดใดที่อยู่ใกล้บริเวณแหล่งน้ำ เช่น ห้วย หนอง คลอง บึง จะทำการขุดลอกทรายที่ฝนซัดไหลลงมา หรือที่เรียกว่า "ก่อพระทรายน้ำไหล" โดยจะมีการรวบรวมผู้คนช่วยกันขุดลอกให้สะอาด ฝนที่ตกลงมาจะได้ไหลผ่านได้อย่างสะดวกนั่นเอง

อย่างไรก็ดี ด้วยสภาพของบ้านเมืองได้เปลี่ยนแปลงไป ความเจริญทางวิทยาการใหม่ๆ เพิ่มขึ้น การขนทรายเข้าวัดด้วยแรงคนแบบสมัยก่อน จึงไม่ค่อยมีให้เห็นกันในปัจจุบัน เหลือเพียงการก่อพระเจดีย์ทราย และทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคล


อ้างอิงจาก :
https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1062300
วิกิพีเดีย