ด้านนายลภัสวัฒน์ อภิศภัทรวสุ อายุ 58 ปี ชาวบ้าน กล่าวว่า พอรู้เรื่อง ก็รู้สึกช็อก ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ เพราะตั้งแต่ที่รู้จักท่านมา ท่านก็เป็นคนดีท่านพัฒนาวัดให้เจริญขึ้นมาเยอะ อย่างเช่นหอสมุดเขาก็สร้างขึ้นมา แล้วก็มาช่วยกันพัฒนา ชาวบ้านก็รักท่านทุกคนนะ แต่พอมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็เสียความรู้สึกอยู่เหมือนกัน ตอนนี้ก็ยังเชื่ออยู่ว่าอีกไม่กี่วันท่านก็คงจะกลับมา ที่ผ่านมาท่านมีปัญหาอะไรท่านก็ไม่เคยเล่า ไม่เคยพูดให้ชาวบ้านได้รู้เลยว่ามีเรื่องหนักใจลำบากใจอะไร ท่านก็ไม่เคยพูดให้ฟัง ที่ผ่านมาท่านก็อยู่แต่วัดตลอดไม่เคยไปไหน จะออกไปข้างนอกบ้างก็จะเป็นงานกิจนิมนต์ตามบ้านและวัดใกล้เคียง ถ้าตอนนี้ทางเจ้าอาวาสได้ดูข่าวอยู่อยากให้ท่านกลับมาและมาช่วยพัฒนา วัดเหมือนเดิม ก็คิดว่าชาวบ้านก็ยังรักและชอบท่านอยู่เพราะท่านพัฒนาเก่ง
ขณะที่ ลูกศิษย์รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ท่านเจ้าอาวาสบ่นว่าเครียด แต่ไม่ยอมบอกว่าเครียดเรื่องอะไร และท่านเจ้าอาวาสยังบอกว่าอยากไปหาสถานที่สงบ ๆ เงียบๆ นั่งวิปัสสนากรรมฐาน สัก 4-5 วัน กระทั่งต่อมาท่านเจ้าอาวาสได้มาหายตัวไปพร้อมเงินกฐิน โดยไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดเหตุร้ายอะไรกับท่านหรือไม่ หรือไปเอง อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยสืบสวนติดตามตัวท่านมา หรือหากท่านได้ดูข่าวขอให้ท่านกลับมา เรื่องทุกอย่างจะได้กระจ่าง
ด้าน พ.ต.อ.ธัชชัย ทิพเนตร ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการวัด ผู้ดูแลเงินของวัด เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2566 ได้มอบหมายให้ทางพนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด รวมถึงพฤติกรรม ทั้งในเรื่องเงิน เส้นทางการเงินที่จะต้องเข้าในบัญชีของวัดอย่างไร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนระหว่างสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวบรวมพยานหลักฐาน จากนั้นจะนำมาพิจารณาว่าเข้าข้อกฎหมายในเรื่องใด และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นการติดตามเจ้าอาวาส เพื่อมาให้การ ในเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่การเงินของวัดได้กล่าวหาไว้ ว่าเป็นไปตามข้อเท็จจริงหรือไม่อย่างไร
ทั้งนี้ การที่เจ้าอาวาสวัดหายตัวไป ตอนนี้อย่างที่บอกไว้ว่า อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเราก็อยากจะทราบสาเหตุข้อเท็จจริง ที่ท่านหลบไปและไม่ติดต่อมีสาเหตุอะไร อยากจะขอเวลาให้ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการ และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนให้กับหลายวัด ในส่วนของกระบวนการควบคุมในการติดตามตรวจสอบเรื่องการเงินของวัด อยากให้มีความรัดกุมมากขึ้น เราเข้าใจถึงพุทธศาสนิกชนที่นำเงินมาทำบุญให้วัดแล้วเจอเหตุการณ์แบบนี้ เข้าใจถึงความรู้สึก ดังนั้นแต่ละวัดที่จะดำเนินการทอดกฐิน อยากให้มีการวางมาตรการแนวทางการควบคุมให้เกิดความรัดกุมและปลอดภัยมากขึ้น