เบื้องต้น จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่บล็อกตัวหนอน ที่ปูเป็นลายขิดอีสานสวยงาม มีความชำรุดเสียหาย พื้นเริ่มทรุดตัว เพราะไม่ได้ออกแบบมา เพื่อรับน้ำหนักรถสัญจรไปมา ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงประชาชน นักท่องเที่ยว ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหา ให้เกิดความชัดเจน ในการออกคำสั่งปิด-เปิดถนนดังกล่าว เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และเกิดความเสียหายของพื้นถนน ที่เป็นงบประมาณภาษีของประชาชน ที่สำคัญแรงสั่นสะเทือน จะไปถึงองค์พระธาตุพนม โอกาสเกิดรอยปริร้าวมีมากทีเดียว
สอบถามบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ประชาชน นักท่องเที่ยว ระบุว่า ยอมรับว่า ยังสับสนกับการเปิดใช้ถนนหน้าวัดพระธาตุพนมฯ ทั้งที่ เคยปิดมาเป็นพื้นที่ลานธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์สวยงามแก่วัดพระธาตุพนมฯ มานานนับ 10 ปี แต่ล่าสุดมีคำสั่งเปิดเป็นถนนสัญจรไปมา รถยนต์ รถจักรยานยนต์ยนต์วิ่งการวุ่น
สิ่งที่กังวลคือ เป็นพื้นที่คนเดินมาท่องเที่ยวทำบุญ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้พบว่า พื้นถนนที่เป็นบล็อกตัวหนอน ที่สร้างขึ้นมาเพื่อความสวยงาม ไม่ได้ทำเพื่อการรองรับรถยนต์หนักสัญจร เริ่มทรุดพังเสียหาย หากปล่อยไว้ยิ่งจะพังเสียหายหนัก
จึงฝากหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ปัญหา เพราะเห็นควรว่า จะต้องปิดเพื่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว เพราะมีถนนบายพาส เลี่ยงตัวอำเภอธาตุพนม และมีถนนเลี่ยงหน้าวัด ในเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม ไม่จำเป็นต้องผ่านหน้าวัด ควรใช้เป็นพื้นที่ค้าขาย และลานธรรมจัดกิจกรรมของวัดมากกว่า
นายสรรชัย ธนตื้อ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เปิดเผยว่า สำหรับปัญหาปิด-เปิดถนนหน้าวัดพระธาตุพนมฯ ย้อนไปเมื่อหลาย 10 ปีก่อน ยอมรับถนนเส้นหน้าวัด เดิมเป็นทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 212 เชื่อมจาก จ.นครพนม ไปยัง จ.มุกดาหาร
ในอดีตไม่มีถนนบายพาสเลี่ยงตัวอำเภอ ทางจังหวัดนครพนม รวมถึงอำเภอธาตุพนม และหน่วยงานเกี่ยวข้อง จึงได้ผลักดันพัฒนา สร้างถนนรอบตัวอำเภอธาตุพนม เพื่อลดการจราจรแออัด ควบคู่กันได้มีการปรับปรุงพื้นที่หน้าวัด หรือพื้นที่ธรณีสงฆ์ของวัดเป็นลานธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์ความสวยงาม
ในส่วนของถนนหน้าวัด ทางแขวงทางหลวง ได้ส่งมอบให้ ทต.ธาตุพนม ดูแลรับผิดชอบ จึงปิดพื้นที่พัฒนาเป็นลานธรรม ลานจัดกิจกรรมของวัด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว มาตั้งแต่ปี 54 ในส่วนของการสัญจรไปมา ยืนยันว่า ไม่กระทบมีเส้นทางเลี่ยงทั้งบายพาส และในเขต ทต.ธาตุพนม และประชาชนส่วนใหญ่เห็นดีงามด้วย
ปัญหาที่เกิดขึ้น มีฝ่ายขั้วการเมืองเห็นต่าง ออกมาเรียกร้องให้เปิดถนน เป็นเส้นทางสัญจรตามปกติ อ้างถึงเอกสารหลักฐาน ยังคงสภาพเป็นถนนทางหลวงฯ 212 เทศบาลมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ แต่ไม่มีอำนาจในการปิดพื้นที่ จะต้องมีการนำเสนอไปยัง หน่วยงานระดับสูงแก้กฎหมาย ถอนสภาพเสียก่อน กลายเป็นปัญหาตามมา ต้องกลับมาเปิดเป็นถนนสัญจรไปมา โดยจัดเจ้าหน้าที่ร่วมกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง ไปดูแลประชาชน นักท่องเที่ยว เรื่องความปลอดภัย เพราะกลายเป็นพื้นที่ทางเดิน และมีรถสัญจรไปมาจำนวนมาก
ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นบางส่วน เป็นปมความเห็นต่างของขั้วการเมืองตรงข้าม และเป็นปัญหาความขัดแย้ง ของคณะกรรมการวัดอีกด้วย
ที่กังวลหนักคือ ความเสียหายของพื้นถนนตามมา เพราะไม่ได้ทำเพื่อรับน้ำหนักรถยนต์สัญจร ทำให้บางจุดทรุดตัว อยู่ระหว่างการเสนอจังหวัดนครพนม ไปยังกระทรวงคมนาคมแก้ไขปัญหาระยะยาว