ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา ตนได้ไปแจ้งความลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่า ต้องการให้นางหอม และลูกๆ ออกไปจากบ้านตนเอง รวมถึงหากตนเองเสียชีวิตก็ไม่ให้ที่ดินตกเป็นของนางหอมและลูกหลาน ตนพยายามจะให้นางหอมเอาชื่อออกจากโฉนดที่ดิน แต่ถูกบอกว่าหากจะให้เอาชื่อออกต้องชดเชยเงินเป็นเงิน 700,000 บาท ซึ่งตนเองไม่มีปัญญาที่จะไปหามาให้
ด้านนางสมศรี ทองยอด อายุ 66 ปี พี่สาวนายห้า กล่าวว่า สงสารน้องชายที่อยู่กับนางหอม พออยู่มาได้ระยะหนึ่งนางหอม ก็ไม่ดูแลนายห้า เสื้อผ้าก็ไม่ซัก ข้าวก็ไม่ทำให้กิน นายห้าต้องมากินข้าวที่บ้านพี่สาว ตนเองนึกสงสารน้องชายมาก ที่นางหอมใช้นายห้าหุงข้าว กวาดบ้าน ให้เขาทำได้อย่างไร มือเขาด้วนพิการ ทั้งนี้ ที่น้องชายใส่ชื่อในที่ดินนั้นนึกว่านางสาวลัดดา จะเลี้ยงดู แต่ผลสุดท้ายไม่ได้ดูแลน้องชาย และตนก็ยังเห็นนางหอม ดุด่า น้องชายเสียๆหายๆ รวมถึงไม่เคยเกรงใจตนเอง และพี่น้อง ก็ถือว่าน่าสงสาร และการที่ไปโอนชื่อใส่ที่ดินนั้น ก็ไม่เคยมาปรึกษาเหมือนเขาหลงคารมกันในช่วงแรกว่าจะมีคนดูแลไปตลอดชีวิต แต่ตอนนี้ชีวิตได้เปลี่ยนไปแล้ว หากใครช่วยได้ก็ขอบอกผ่านสื่อให้มาช่วยเหลือด้วย เพราะสงสารน้องที่พิการและมาถูกกระทำแบบนี้