ด้าน น.ส.บิว(สงวนชื่อ-สกุลจริง) อายุ 30 ปี ผู้เสียหาย เผยว่า วันที่เกิดเหตุตนได้นำก๋วยเตี๋ยวมาทำโรงทานแล้วลูกสาวมาเอาโทรศัพท์ไปเล่นบริเวณเก้าอี้จากนั้นลูกลืมโทรศัพท์วางไว้บนเก้าอี้ มารู้ตัวอีกทีตอนเก็บของจะกลับบ้าน จากนั้นจึงได้ไปขอให้พระที่วัดอากาศตามหาโทรศัพท์และเปิดกล้องวงจรปิดดูจึงพบว่าลุงได้หยิบโทรศัพท์ของลูกไป เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นภายในวัด โดยพระที่วัดบอกกับตนว่าหากมีใครลืมโทรศัพท์ไม่ว่าจะอยู่ในห้องน้ำหรือจุดไหนของวัด ก็จะมีคนนำมาคืน ซึ่งเกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนรู้สึกเสียใจ เพราะตนตั้งใจมาทำบุญแต่เกิดของหาย โดยทางวัดพอรู้ตัวผู้ติดก่อเหตุแล้วและกำลังติดต่อให้นำของมาคืน
ต่อมาช่วงสายวันเดียวกัน นายสมควร พุ่มรอด หรือลุงสมควร อายุ 65 ปี ผู้ก่อเหตุหยิบโทรศัพท์ไป นำเอาโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวมาคืนให้กับเจ้าของ ท้ังนี้ ลุงสมควร อ้างว่า เดินทางมาจากตลาดท่าประชุมแถวๆวัดอินทาราแบก มาที่วัดประทุมบูชา เพื่อหาอาหารกิน ระหว่างน้ันเห็นมีโทรศัพท์ ใครก็ไม่รู้วางอยู่บนเก้าอี้เป็นชั่วโมง คิดว่าคงมีคนลืมหรือไม่มีเจ้าของจึงได้เก็บโทรศัพท์กลับไปที่บ้าน ระหว่างนั้นเด็กที่บ้านนำโทรศัพท์ไปเล่น ทำให้ซิมโทรศัพท์หาย ตนไม่คิดว่าจะขโมยโทรศัพท์ไปเป็นของตัวเอง ตอนนี้ตนรู้สึกเสียใจแล้วจะขอโทษสังคม
โดย น.ส.บิว ได้กล่าวกับลุงสมควร ว่า ไม่ได้ติดใจที่จะเอาความคุณลุงเพราะอายุเยอะแล้ว ก็ไม่แน่ใจว่าลุงมีเจตนาอะไร เพราะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันมีหลายวิธีที่จะนำโทรศัพท์มาคืนเจ้าของ หลังจากที่โทรศัพท์หายทางวัดก็ดีมีการประกาศตามหาหลายรอบ พร้อมพยายามโทรเข้าโทรศัพท์ตนที่ลุงนำไป แต่สุดท้ายกลับปิดเครื่องและนำซิมออก จึงอยากจะตักเตือนลุงว่าอย่าทำแบบนี้ที่ไหนอีก โทรศัพท์มันไม่ได้แพงอะไรแต่มันมีคุณค่าทางจิตใจ มันมีทรงจำไม่ว่าจะเป็นรูปถ่ายวีดีโอ
จากนั้นลุงสมควรได้นำโทรศัพท์ยี่ห้อ vivo ไปคืน น.ส.บิว พร้อมการกล่าวขอโทษเจ้าของโทรศัพท์ กับสังคมที่ทำแบบนี้