จากการสอบถาม นายตี๋ พยานที่เห็นเหตุการณ์ ให้ข้อมูลว่า เห็นรถกระบะคันเกิดเหตุขับเร่งเครื่องควันดำกลบถนนมาตั้งแต่แยกท่าน้ำพระประแดง จนมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งตนเองขับตามหลังมาในเลนขวาสุด ส่วนรถกระบะอีซูซุสีน้ำเงินคันเกิดเหตุมาในเลนกลางของถนน พอมาถึงที่เกิดเหตุรถคันดังกล่าวทำท่าจะเลี้ยวกลับรถ ซึ่งตนเองอยู่ขวาสุดจึงเร่งเครื่องแซงจนพ้น
จากนั้นรถกระบะก็เลี้ยวกลับรถทันที ซึ่งเป็นจังหวะที่รถจักรยานยนต์ออกตัวมาจากแยกไฟแดงพอดีจึงเบรกกันไม่ทันพุ่งชนรวด 5 คัน
ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนให้การสอดคล้องตรงกันว่า พบเห็นรถกระบะสีน้ำเงินคู่กรณีขับมาจากฝั่งท่าน้ำพระประแดง จนมาถึงที่เกิดเหตุได้เลี้ยวกลับรถกะทันหัน ซึ่งเป็นจังหวะที่รถจักรยานยนต์กลุ่มนี้ทั้ง 5 คัน จับกลุ่มออกตัวด้วยความเร็วจากแยกไฟแดงวัดสวนส้มพอดี จึงเบรกไม่ทันพุ่งชนอย่างจังพร้อมกัน 5 คันรวดจนทำให้คนขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้งหมดกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง
ส่วนนายนิกร เหล้าผักสาร อายุ 40 ปี คนขับรถกระบะคันเกิดเหตุบอกว่า ตนเองเพิ่งออกมาจากร้านเหล้าแถวท่าน้ำพระประแดง กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านแถวมหาวงศ์ แต่ยังไม่ทันถึงบ้าน เพื่อนโทรตามให้กลับไปกินต่อ จึงเปิดไฟเลี้ยวเพื่อเลี้ยวกลับรถไปหาเพื่อน แต่กลุ่มรถจักรยานยนต์ คู่กรณีแข่งมาด้วยความเร็ว จึงพุ่งชนรถตนเองอย่างแรง
"ยอมรับว่าดื่มมาจริง แต่ยังมีสติดี"
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพ และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะเชิญพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปให้การเพิ่มเติม พร้อมทั้งคุมตัวคนขับกระบะไปสอบปากคำ และตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดอีกครั้ง หากพบว่าสูงเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตามกฎหมายกำหนด ก็จะถูกแจ้งข้อหา เมาแล้วขับเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุอีกครั้ง และมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป