สอบถาม นายธิติวัฒน์ ทราบว่า เมื่อช่วงบ่ายวันนี้มีคนมาพบเห็นซากโลมาตัวดังกล่าวเกยตื้นอยู่ข้างป่าจาก ใกล้เคียงที่พบซากโลมาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา จึงประสานแจ้งเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้มาตรวจสอบและเก็บกู้ซากไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย
อีกทั้ง ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566 บริเวณปากอ่าวไทยใกล้ชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน หมู่ 9 ต.แหลมฟ้าผ่า ก็พบซากโลมาลอยมาติดริมป่าโกงกาง จำนวน 2 ตัว เป็นโลมาอิรวดีเพศผู้ 1 ตัว ความยาว 167 เซนติเมตร มีอาการสำลักดินและมีเกล็ดปลาในปอด คาดว่าโลมาตัวดังกล่าวหลงน้ำมาเกยตื้นแล้วไม่มีใครพบเห็นจึงเสียชีวิต และอีกตัวเป็นเพศเมีย ความยาว 168 เซนติเมตร เป็นแม่ปลาเพิ่งคลอดลูกและโดนกระแทกที่หลัง มีรอยฟกช้ำ ได้จัดการฝังซากบริเวณใกล้เคียงจุดที่พบซากโลมา
จากการสอบถามเจ้าที่เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทราบว่า โลมาตัวดังกล่าวเป็นพันธุ์หัวบาตรหลังเรียบ ซึ่งเป็นโลมาพันธุ์หายากที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันเหลือน้อยมาก ซึ่งโลมาที่พบเป็นยังโตไม่เต็มวัย มีขนาดความยาววัดได้ 1.20 เมตร แต่ยังไม่ทราบเพศ เนื่องจากลำตัวมีลักษณะเน่าเปื่อย เพราะตายมาหลายวัน โดยหลังจากนี้จะเก็บกู้ซากใส่ถุงดำก่อนนำไปผ่าพิสูจน์ที่ศูนย์วิจัยฯ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงอีกครั้ง
สำหรับโลมาหัวบาตรหลังเรียบ หรือ โลมาหัวบาตรไร้ครีบหลัง มีลักษณะทั่วไปคล้ายกับ โลมาอิรวดี คือมีส่วนหัวกลมหลิมเหมือนบาตรพระ ไม่มีจะงอยปาก ส่วนหลังเรียบ ไม่มีครีบหลัง ครีบข้างค่อนข้างใหญ่ ปลายแหลม และลักษณะฟันในปากจะเป็นตุ่ม ไม่แหลมคม อันเป็นลักษณะเฉพาะของโลมาในวงศ์พอร์พอย์ ซึ่งทั่วโลกพบอยู่ 6 ชนิด ในประเทศไทยพบเพียงชนิดนี้ชนิดเดียว โดยมีชื่อเล่นจากชาวจีนว่า "หมูแม่น้ำ" หรือ "แพนด้าแม่น้ำ" เป็นสัตว์ที่อยู่ในฐานะหวั่นวิตกว่าจะสูญพันธุ์ เนื่องจากมลภาวะสภาพแวดล้อม