ขณะเดียวกันทางโรงแรมก็ได้ออกประกาศแจ้งเตือนในเพจเฟซบุ๊กด้วย ว่า มีการแอบอ้างเพจโรงแรมไปสร้างความเสียหาย เพื่อให้ลูกค้าได้ทราบ
รวมทั้งได้แจ้งไปทางเฟซบุ๊กโดยตรง เพื่อขอให้ทางเฟซบุ๊กดำเนินการปิดเพจปลอมดังกล่าว แต่คำตอบที่ได้มาคือไม่สามารถสั่งปิดเพจปลอมได้ ต้องมีคนเข้าไปรีพอร์ตเพจปลอมให้ได้ตามมาตรฐานของเฟซบุ๊กกำหนดไว้เท่านั้น ทางโรงแรมจึงได้ขอให้ลูกค้าเข้าไปช่วยกันกดรีพอร์ตเฟซบุ๊กปลอมดังกล่าว
นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า สำหรับเพจเฟซบุ๊กปลอมนั้นจะมีการจ่ายเงินค่ายิงแอดโฆษณาด้วย เพื่อให้คนค้นหาชื่อแล้วจะเจอเพจปลอมก่อนเพจจริง ดังนั้นจุดสังเกตที่อยากเตือนให้กับลูกค้าได้ทราบคือ โรงแรมจะไม่มีการรับโอนเงินโดยใช้บัญชีธนาคารบุคคล เพราะจะใช้เพียงบัญชีของบริษัท ขณะเดียวกันเพจจริงจะมีผู้ติดตาม 47,000 กว่าคน แต่เพจปลอมจะมีคนกดถูกใจเพียง 447 คน แล้วที่สังเกตุอีกจุดหนึ่งคือ เพจปลอมจะพึ่งสร้างได้ไม่กี่เดือน แต่เพจจริงสร้างมาหลายปีแล้ว
นอกจากนี้ทราบว่า โรงแรมอีกหลายแห่งก็ถูกสร้างเพจปลอมในลักษณะเช่นนี้เหมือนกัน ทำให้ภาพพจน์และความน่าเชื่อถือของโรงแรมลดลง ทำให้เสียลูกค้า และยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรม ลูกค้าก็ได้ความเสียหาย จึงได้เดินทางมาแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับคนที่สร้างเพจปลอมดังกล่าว และขณะนี้มีลูกค้าให้ข้อมูลบัญชีรายชื่อที่โอนไปแล้วว่ามีบัญชีใดบ้าง ก็พบว่ามีหลายบัญชีที่ถูกโอนไป ก็นำมาเป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้ด้วย
ด้าน ร.ต.อ.วิชเยนทร์ วงศ์เทพ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในคดีดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ เรื่องการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์ สำหรับเรื่องการหลอกลวง ก็ต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติมและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป