ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ระดับน้ำโขงเริ่มวิกฤต ถึงแม้ปริมาณฝนจะน้อยลง แต่ยังมีมวลน้ำจากประเทศจีน ที่ไหลมาสมทบ บวกกับลำน้ำสาขาสายหลัก ยังระบายลงแม่น้ำโขง ล่าสุดแม่น้ำโขงเพิ่มต่อเนื่อง อยู่ที่ระดับ ประมาณ 10.50 เมตร ถือว่าเป็นจุดวิกฤติ ห่างจากจุดล้นตลิ่งแค่ ประมาณ 1 เมตร คือที่ระดับ 12 เมตร
ทั้งนี้เพียงวันเดียว เพิ่มระดับเกือบ 1 เมตร ส่งผลทำให้ลำน้ำสาขาสายหลัก ประกอบด้วย ลำน้ำก่ำ ลำน้ำบัง ลำน้ำอูน และลำน้ำสงคราม ไหลระบายลงน้ำโขงไม่ทัน เอ่อท่วมพื้นที่การเกษตร นาข้าว ในพื้นที่เสี่ยง รวมแล้วกว่า 5,000 ไร่
หนักสุดคือลำน้ำอูน ที่รองรับน้ำมาจากพื้นที่ จ.สกลนคร ไหลผ่าน อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม ก่อนระบายลงน้ำโขง บริเวณปากน้ำ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม
ล่าสุดลำน้ำอูน มีปริมาณเกินความจุ กว่า 30 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังไม่สามารถไหลระบายลงน้ำโขงได้ ทำให้เอ่อล้นท่วมพื้นที่ลุ่ม กว่า 3,000 ไร่ คาดว่าจะขยายพื้นที่ได้รับผลกระทบมากขึ้น เนื่องจากระดับน้ำโขงยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ทางจังหวัดนครพนม ได้ประสานทางสำนักงานชลประทานที่ 7 นครพนม ตรวจสอบประเมินสถานการณ์วันต่อวัน พร้อมเปิดประตูระบายน้ำในระบบชลประทานทุกจุด 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อระบายลำน้ำสาขาลงสู่น้ำโขงให้มากที่สุด
ส่วนพื้นที่ลำน้ำอูน อ.นาหว้า อ.ศรีสงคราม ที่เกิดปัญหาเกินความจุ ได้แจ้งเตือนประชาชน ในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวัง เตรียมพร้อมรับมือ เก็บสิ่งของขึ้นที่สูง และอพยพสัตว์เลี้ยงการเกษตรขึ้นที่สูง รวมถึงเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าดูแลช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง หากมีพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน