สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่ ขณะนี้ปริมาณน้ำท่าที่ไหลเข้าเริ่มมากกว่าปริมาณน้ำที่ระบายออกจากเขื่อนแล้ว ล่าสุด ณ วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 มีปริมาณรวมกันทั่วประเทศ จำนวน 35,890 ล้านลูกบากศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 51 ของปริมาณการกักเก็บ โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 12,253 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 26 ของปริมาณน้ำที่ใช้การได้ น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปี 2565 จำนวน 3,570 ล้าน ลบ.ม. โดยมีปริมาณนํ้าไหลลงอ่างฯ จำนวน 168.53 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่ปริมาณการระบายน้ำออกอยู่ที่ 89.40 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าหลังจากสิ้นสุดฤดูฝน ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่รวมกันทั่วประเทศจะมีประมาณ 55,046 ล้าน ลบ.ม. เป็นปริมาณน้ำที่ใช้การได้ประมาเณ 31,504 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่าปี 2565 ประมาณ 4,358 ล้าน ลบ.ม.
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป ฝนจะตกเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะมีจะพายุที่พาดผ่านประเทศไทยอีก 1-2 ลูก ซึ่งจะทำให้แหล่งน้ำต่างๆ กักเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่ ยังสามารถรับนํ้าได้อีกมากกว่า 38,153 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ กอนช.ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านน้ำที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญจะต้องกักเก็บน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งให้จัดทำแผนปฏิบัติการในการบริหารจัดการน้ำรายงานให้ กอนช. รับทราบโดยเร็ว