นายอุสมาน สาลัง ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยสาขาเบตง และคณะกรรมการให้ความรู้ก่อนแข่งและหลังแข่งและมอบอุปกรณ์การแข่งขันตามลำดับ สำหรับบรรยากาศหลังจากกรรมการได้ให้สัญญาณ ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 20 คน ต่างเร่งนำมีดกรีดยางจุ่มน้ำในถังให้เปียก แล้วนำหินลับมีดแบบหยาบ เอามาถูไป-ถูมา กับใบมีดทั้งด้านในและด้านนอก ให้มีความคมและบางที่สุด จนปรากฏเดือยมีดขึ้นมา ก่อนจะส่งให้กรรมการตรวจสอบความคม โดยทดลองกรีดหน้ายางของต้นยาง หากไม่คมก็ลับมีดใหม่จนกว่าผู้เข้าแข่งขันคิดว่ามีดของตนเองคมแล้ว
นายสุทธิวุฒิ ชโยทาหอม หัวหน้าแผนกพัฒนาและฝึกอบรมการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดยะลา กล่าวว่า การลับมีดกรีดยางต้องตรงตามหลักวิชาการ ลับจนปรากฏเดือยที่ถูกต้อง ด้านนอกเรียบ ด้านในลู่ ไม่มีเหลี่ยม ไม่มีสัน ไม่มีคลื่น เรียบเสมอกันตามหลักวิชาการ โดยกรรมการแจ้งกติกาก่อนทำการแข่งขัน พร้อมแจกอุปกรณ์ในการแข่งขัน ได้แก่ กระเป๋าผ้ากระสอบ มีดกรีดยางไม่คม 1 เล่ม หินลับมีดแบบหยาบ ที่ต้องลับในช่วงแรก ส่วนหินแบบละเอียดเอาใว้เก็บงานทั้งด้านในและด้านนอก ถังใส่น้ำ และผ้าเช็ดมีด
การแข่งขันจะมีครูการยางเป็นกรรมการ เดินตรวจให้คะแนนขั้นตอนการลับมีดที่ถูกต้องในระยะเวลา 2 ชั่วโมง ในการแข่งขัน ซึ่งการลับมีดถือเป็นองค์ประกอบขั้นแรกของการกรีดยาง หากมีดไม่คมก็จะกรีดยางไม่สวย น้ำยางไม่ออก ถ้ามีดคม สามารถกรีดยางได้ 300 ต้น เลยทีเดียว