บอกแล้วห้ามเผา ชาวนาสุพรรณเผาฟางข้าวข้างทาง ควันตลบถนนรถชนกันยับ
08 พ.ค. 2566

บอกแล้วห้ามเผา ชาวนาสุพรรณเผาฟางข้าวข้างทาง ควันลอยฟุ้งตลบถนน ทำทัศนวิสัยเป็นศูนย์ รถชนกันยับ แถมยังเกือบไหม้ร้านขายไม้เก่า
ข่าว
08 พ.ค. 2566

บอกแล้วห้ามเผา ชาวนาสุพรรณเผาฟางข้าวข้างทาง ควันลอยฟุ้งตลบถนน ทำทัศนวิสัยเป็นศูนย์ รถชนกันยับ แถมยังเกือบไหม้ร้านขายไม้เก่า
8 พฤษภาคม 2566 ที่ จ.สุพรรณบุรี เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ร.ต.อ.กาฬสิน ปากวิเศษ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุเผาฟางข้าว ทำให้มีรถชนกัน ที่ถนนสายป่าโมก - สุพรรณบุรี บริเวณหมู่ 1 ตำบลโคกโคเฒ่า จึงประสานรถดับเพลิงจาก อบต.โคกโคเฒ่า อบต.ไผ่ขวาง และมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี ไปตรวจสอบเพื่อดับไฟ
ที่เกิดเหตุ พบไฟกำลังโหมลุกไหม้หญ้าข้างทาง ยาวเกือบ 1 กิโลเมตร มีควันไฟลอยปกคลุมทั่วถนน และยังข้ามไปเข้าบ้านเรือนประชาชน ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำดับไฟไม่ให้ลุกลาม ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงควบคุมเพลิงข้างทาง ไม่ให้ลุกลามได้ แต่ที่ทุ่งนาติดกันพบว่า มีไฟกำลังลุกไหม้ฟางข้าวในนา เป็นวงกว้างกว่า 20 ไร่
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์อเนกประสงค์ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดอยู่ข้างทาง สภาพหน้ารถด้านซ้ายมีรอยชน แก้มซ้ายและซุ้มล้อฉีกขาด ห่างกันประมาณ 200 เมตร มีรถอเนกประสงค์ยี่ห้อนิสสัน สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดอยู่ไหล่ทาง ที่ซุ้มล้อด้านหลังแถบขวามีรอยถูกชน พังเสียหาย
สอบถามคนขับรถอีซูซุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนขับรถพาญาติมาจาก อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา จะไปเยี่ยมคนป่วยที่โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช ในตัวเมืองสุพรรณบุรี โดยขับอยู่เลนขวา เมื่อถึงที่เกิดเหตุ มีควันไฟลอยมาจากทุ่งนาข้างทางจำนวนมาก จนมองไม่เห็นถนน จึงรีบชลอรถเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน
จังหวะนั้นมีรถคู่กรณีขับเบี่ยงออกจากเลนซ้ายขึ้นมา ตนมองไม่เห็นจึงพุ่งชนท้าย ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น โชคดีที่ตนขับมาไม่เร็ว จึงไม่มีบาดเจ็บสาหัส มีแค่อาการแน่นหน้าอก จากการถูกกระแทกเล็กน้อย จึงอยากฝากถึงคนที่ทำนา โดยเฉพาะที่นาใกล้ถนน ไม่น่าเผาเพราะควันเยอะ ทำให้เกิดอันตรายได้
ด้าน น.ส.สุพรรณี อริปริยกุล อายุ 44 ปี คนขับรถนิสสัน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถพาแม่และหลาน มาจาก จ.กาฬสินธุ์ กำลังจะไปพักผ่อนที่ จ.กาญจนบุรี ถึงที่เกิดเหตุตนขับอยู่เลนซ้าย ช่วงนั้นควันไฟลอยมาจากข้างทางยังไม่มาก ตนจึงบังคับรถเข้าเลนขวา
จากนั้นไม่นานก็มีรถมาชนท้ายรถของตน เมื่อหันไปดูยังไม่เห็นรถคู่กรณี เพราะมีควันลอยอยู่เต็มถนน รอสักพักจึงเห็นรถคู่กรณีเป็นรถสีดำ ขับออกจากลุ่มควันมา จนพ้นรัศมีควัน จึงจอดดูก็พบว่า รถได้รับความเสียหาย ตนคิดว่าคนขับรถคู่กรณีคงมองไม่เห็นรถเรา เพราะควันเยอะมาก
อยากฝากถึงคนที่ทำนา ต้องดูว่าช่วงนี้อากาศเป็นอย่างไร ลมก็แรง แล้วก็เป็นหน้าแล้ง โดยเฉพาะนาที่อยู่ใกล้ถนน ไม่ควรจะเผา เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุ มีคนตายก็ไม่คุ้ม ถ้ารถที่ขับตามกันมาหลายคัน แล้วเกิดอุบัติเหตุ คนในรถออกไม่ได้ ถูกไฟคลอกเสียชีวิตมันไม่คุ้ม เพราะไฟที่เผาฟางข้าวในนา มันลามขึ้นมาบนถนนน่ากลัวมาก ที่สำคัญเจ้าของนาที่เผา ควรออกมาแสดงตัวรับผิดชอบด้วย เพราะประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งชาวบ้านละแวกใกล้เคียง ได้รับความเดือดร้อนกันจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิง กำลังฉีดน้ำดับเพลิงอยู่นั้น ได้มีสะเก็ดไฟปลิวข้ามถนน ไปตกใส่หญ้าข้างทาง ที่ห่างกันประมาณ 200 เมตร ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับร้านขายไม้เก่า คนงานเห็นเข้ารีบช่วยกันใช้ถังใส่น้ำมาช่วยดับไฟ ก่อนที่รถดับเพลิงมาถึง พร้อมกับฝากถึงคนที่เผาว่า ไม่ควรเผาเพราะอันตรายทั้งคนที่ใช้รถ และบ้านที่อยู่ใกล้กัน
ทางด้าน ตำรวจกล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สาเหตุ เกิดจากการเผาฟางในนาข้าว ทำให้มีควันไฟจำนวนมาก ปกคลุมถนน ทำให้คนขับรถมองไม่เห็นทาง จนเกิดอุบัติเหตุขึ้น อย่างไรก็ตามจะได้สอบสวนสาเหตุ การเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง เพื่อดำเนินการตามก็หมายต่อไป ส่วนคนเผาได้ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เป็นผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ท้องถิ่น และคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไป
ข่าวล่าสุด