เนชั่นทีวี

ข่าว

อลังการ! ขบวนแห่ต้นกัลปพฤกษ์กลางน้ำโขง ถวายสักการะรอยพระพุทธบาท

14 เม.ย. 2566

อลังการ! ขบวนแห่ต้นกัลปพฤกษ์กลางน้ำโขง ถวายสักการะรอยพระพุทธบาท

ยิ่งใหญ่อลังการ ขบวนแห่ต้นกัลปพฤกษ์กลางน้ำโขง พุทธศาสนิกชนชาวนครพนม รวมใจทอดถวายสักการะรอยพระพุทบาทเวินปลาอันศักดิ์สิทธิ์ บริเวณท่าน้ำหน้าวัดพระบาทเวินปลา จ.นครพนม

14 เมษายน 2566 บริเวณริมแม่น้ำโขงท่าเทียบเรือท่องเที่ยว หน้าตลาดอินโดจีน ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน พร้อมใจสร้างต้นกัลปพฤกษ์จำลองเพื่อขึ้นเรือท่องเที่ยวพาราไดซ์ครูซ นำไปทอดถวายวัดพระบาทเวินปลา(วัดโพธิ์ชัย) หมู่ 1 ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เป็นการร่วมกันสร้างบุญกุศลให้กับตัวเอง บุคคลในครอบครัว และอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2566 

อลังการ! ขบวนแห่ต้นกัลปพฤกษ์กลางน้ำโขง ถวายสักการะรอยพระพุทธบาท
โดยล่องเรือสำราญทวนแม่น้ำโขงจากบริเวณทางขึ้น-ลง จากบริเวณดังกล่าว ไปสักการะรอยพระพุทธบาทเวินปลาอันศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นโขดหินกลางแม่น้ำโขง อยู่ท่าน้ำหน้าวัดพระบาทเวินปลา รวมระยะทาง 13 กิโลเมตร 

พระเทพวรมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เมตตาเป็นประธานนำคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดนครพนม และ นักท่องเที่ยว ซึ่งประกอบไปด้วย พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ วัดป่าวังน้ำเย็น จ.มหาสารคาม พระอาจารย์สมัย รักขิตธัมโม เจ้าอาวาสวัดธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม ร่วมเดินทางไปกับเรือสำราญด้วย

อลังการ! ขบวนแห่ต้นกัลปพฤกษ์กลางน้ำโขง ถวายสักการะรอยพระพุทธบาท
เมื่อเรือเทียบท่าหน้าวัดพระบาทเวินปลา จึงได้ร่วมกันตั้งขบวนแห่ไปรอบต้นศรีมหาโพธิ์ที่อยู่ภายในวัด 3 รอบ ก่อนที่จะนำไปทอดถวายเพื่อให้คณะสงฆ์ของวัดพระบาทเวินปลาได้ใช้ในการพัฒนา ให้มีความเจริญและคงอยู่คู่กับชุมชน เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และเป็นการสืบสาน รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงานให้คงอยู่สืบไป
อลังการ! ขบวนแห่ต้นกัลปพฤกษ์กลางน้ำโขง ถวายสักการะรอยพระพุทธบาท
อลังการ! ขบวนแห่ต้นกัลปพฤกษ์กลางน้ำโขง ถวายสักการะรอยพระพุทธบาท
การแห่ต้นกัลปพฤกษ์ทางน้ำ หรืออีกนัยหนึ่งว่าผ้าป่ากลางน้ำนี้ อาจจะเป็นแห่งแรกใน 20 จังหวัดภาคอีสาน เริ่มเมื่อปี พ.ศ.2538 หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ พระเถราจารย์ชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม ต้องการจะนำผ้าป่าสามัคคีไปทอดถวายยังวัดพระบาทเวินปลา โดยมีเจตนาใช้เส้นทางแม่น้ำโขง เนื่องจากหลวงปู่ศรีหมอก หรือพระครูพิมลชัยคุณ เจ้าอาวาสวัดพระบาทเวินปลา  (ในขณะนั้น) เป็นสหธรรมิกกัน

โดยปีดังกล่าวมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  และ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ ได้มีหารือกันจึงเห็นพ้องจัดผ้าป่าสามัคคีทางน้ำ โดยใช้เรือบั๊กที่ใช้สำหรับบรรทุกรถยนต์ข้ามฟากไปยังฝั่งประเทศลาว เพราะขณะนั้นยังไม่มีสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ต่อมาหลวงปู่คำพันธ์ละสังขาร ก็ไม่มีผู้ใดคิดจะสืบสานประเพณี 

กระทั่งนายคมสิน ศรีมานะศักดิ์ อดีต ผอ.รร.ปิยะมหาราชาลัย หลังเกษียณอายุราชการมาเป็นประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม  จึงหารือกับปราชญ์ชาวบ้านและผู้อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้น จึงเป็นที่มาของพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีทางน้ำ โดยกำหนดวันที่ 14 เมษายนของทุกปี  ซึ่งตรงกับเทศกาลสงกรานต์ปีใหม่ไทยเป็นวันทอดผ้าป่าทางน้ำ ซึ่งปี 2566 เป็นปีที่สองหลังฟื้นฟูประเพณีดังกล่าวกลับขึ้นมาอีกครั้ง

อลังการ! ขบวนแห่ต้นกัลปพฤกษ์กลางน้ำโขง ถวายสักการะรอยพระพุทธบาท
ต้นกัลปพฤกษ์เป็นต้นไม้ที่ชาวไทยโบราณ มีความเชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่เป็นสิริมงคล นอกจากนี้ต้นกัลปพฤกษ์ยังปรากฏอยู่ในเรื่องราวของพระพุทธเจ้า โดยพระพุทธองค์ทรงตรัสพระธรรมเทศนาไว้ว่า ผู้ใดมีใจศรัทธามาก่อสร้างกัปปรุกขัง ยังต้นกัลปพฤกษ์ถวายบูชาคุณพระรัตนตรัยทั้งสามประการแล้ว จะเป็นผู้มีอานิสงค์มาถึง 16 กัลป์ และบุคคลผู้กระทำนั้น ครั้งสิ้นชีพไปแล้วจะได้ไปเกิดบนสวรรค์ ครั้งจุติจากสวรรค์แล้ว ก็จะมาเกิดในโลกมนุษย์นี้ ก็จะครองสมบัติพระจักรพรรดิราชในบ้านน้อยเมืองใหญ่ถึง 28 ชาติ

สำหรับประวัติรอยพระพุทธบาทเวินปลา เกิดขึ้นเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จผ่านพระธาตุอิงฮัง ประเทศลาว พอเสด็จผ่านบริเวณนี้พระองค์ได้แย้มพระโอฐ พระอานนท์เห็นจึงสงสัย จึงได้ตรัสถาม พระองค์จึงตอบว่ามีพญาปลาปากคำตัวหนึ่ง สมัยก่อนเคยเป็นพระภิกษุ และอยากจะได้ของที่ระลึก พระองค์จึงประทับรอยพระพุทธบาทไว้เป็นที่ระลึกกราบไหว้ของเหล่าพุทธบริษัทมาตราบจนถึงทุกวันนี้

โดยบริเวณรอยพระพุทธบาทเวินปลาเป็นน้ำวน ชาวไทยอีสานเรียกว่า “เวิน” ซึ่งหมายถึงตั้งอยู่ในวังน้ำวน และเชื่อกันว่าเป็นที่อยู่ของพญาปลาปากคำ(ปลาตะเพียนทอง)  จึงเรียกว่า“เวินปลา”  ทั้งนี้รอยพระพุทธบาทเวินปลาอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 100 เมตร ห่างจากวัด 200 เมตร ทุกปีช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีงานนมัสการรอยพระพุทธบาท รวมถึงมีการสรงน้ำรอยพระพุทธบาทจำลอง และประเพณีรดน้ำดำหัว โดยมีสะพานเหล็กเดินข้ามไปจนถึงรอยพระพุทธบาท ที่เป็นโขดหินอยู่กลางแม่น้ำโขง

นอกจากนี้ยังมี "รองเท้ามาร" สันนิษฐานว่าเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกเพื่อให้สัมพันธ์กับรอยพระพุทธบาท รอยนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ลักษณะเป็นรอยบุ๋มลงในหินคล้ายรอยเท้ามนุษย์ และใต้โขดหินนี้มีเศษอิฐกระจายเกลื่อน สันนิษฐานว่าเป็นซากอาคารเก่าที่ถูกน้ำกัดเซาะพังลง และยังเชื่อว่าในน้ำมีพระพุทธรูป 1 องค์ที่อยู่ใต้ผืนทรายลึก  มีร่องรอยซากเจดีย์ก่อด้วยอิฐ 1 องค์ ปัจจุบันเหลือแต่ฐาน 

บริเวณนี้ยังมีเศษภาชนะดินเผาบรรจุกระดูกคนในสมัยโบราณ  และที่สำคัญได้ค้นพบเศียรพระพุทธรูปสำริด 1 เศียร ขนาดกว้าง 3.8 เซนติเมตร สูง 5.6 เซนติเมตร ลักษณะมีพระเกศาขมวดขนาดเล็ก พระกรรณเป็นขมวดม้วนและมีรอยขีดยาวลงมาช่วงติ่งพระกรรณ เศียรพระมีร่องรอยการลงรักปิดทอง ด้านอายุนั้นนักวิชาการบางท่านเสนอความเห็นว่า น่าจะอยู่ในช่วงสมัยทวารวดี เป็นต้น