ต้นกัลปพฤกษ์เป็นต้นไม้ที่ชาวไทยโบราณ มีความเชื่อว่าเป็นต้นไม้ที่เป็นสิริมงคล นอกจากนี้ต้นกัลปพฤกษ์ยังปรากฏอยู่ในเรื่องราวของพระพุทธเจ้า โดยพระพุทธองค์ทรงตรัสพระธรรมเทศนาไว้ว่า ผู้ใดมีใจศรัทธามาก่อสร้างกัปปรุกขัง ยังต้นกัลปพฤกษ์ถวายบูชาคุณพระรัตนตรัยทั้งสามประการแล้ว จะเป็นผู้มีอานิสงค์มาถึง 16 กัลป์ และบุคคลผู้กระทำนั้น ครั้งสิ้นชีพไปแล้วจะได้ไปเกิดบนสวรรค์ ครั้งจุติจากสวรรค์แล้ว ก็จะมาเกิดในโลกมนุษย์นี้ ก็จะครองสมบัติพระจักรพรรดิราชในบ้านน้อยเมืองใหญ่ถึง 28 ชาติ
สำหรับประวัติรอยพระพุทธบาทเวินปลา เกิดขึ้นเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จผ่านพระธาตุอิงฮัง ประเทศลาว พอเสด็จผ่านบริเวณนี้พระองค์ได้แย้มพระโอฐ พระอานนท์เห็นจึงสงสัย จึงได้ตรัสถาม พระองค์จึงตอบว่ามีพญาปลาปากคำตัวหนึ่ง สมัยก่อนเคยเป็นพระภิกษุ และอยากจะได้ของที่ระลึก พระองค์จึงประทับรอยพระพุทธบาทไว้เป็นที่ระลึกกราบไหว้ของเหล่าพุทธบริษัทมาตราบจนถึงทุกวันนี้
โดยบริเวณรอยพระพุทธบาทเวินปลาเป็นน้ำวน ชาวไทยอีสานเรียกว่า “เวิน” ซึ่งหมายถึงตั้งอยู่ในวังน้ำวน และเชื่อกันว่าเป็นที่อยู่ของพญาปลาปากคำ(ปลาตะเพียนทอง) จึงเรียกว่า“เวินปลา” ทั้งนี้รอยพระพุทธบาทเวินปลาอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 100 เมตร ห่างจากวัด 200 เมตร ทุกปีช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีงานนมัสการรอยพระพุทธบาท รวมถึงมีการสรงน้ำรอยพระพุทธบาทจำลอง และประเพณีรดน้ำดำหัว โดยมีสะพานเหล็กเดินข้ามไปจนถึงรอยพระพุทธบาท ที่เป็นโขดหินอยู่กลางแม่น้ำโขง
นอกจากนี้ยังมี "รองเท้ามาร" สันนิษฐานว่าเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกเพื่อให้สัมพันธ์กับรอยพระพุทธบาท รอยนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ลักษณะเป็นรอยบุ๋มลงในหินคล้ายรอยเท้ามนุษย์ และใต้โขดหินนี้มีเศษอิฐกระจายเกลื่อน สันนิษฐานว่าเป็นซากอาคารเก่าที่ถูกน้ำกัดเซาะพังลง และยังเชื่อว่าในน้ำมีพระพุทธรูป 1 องค์ที่อยู่ใต้ผืนทรายลึก มีร่องรอยซากเจดีย์ก่อด้วยอิฐ 1 องค์ ปัจจุบันเหลือแต่ฐาน
บริเวณนี้ยังมีเศษภาชนะดินเผาบรรจุกระดูกคนในสมัยโบราณ และที่สำคัญได้ค้นพบเศียรพระพุทธรูปสำริด 1 เศียร ขนาดกว้าง 3.8 เซนติเมตร สูง 5.6 เซนติเมตร ลักษณะมีพระเกศาขมวดขนาดเล็ก พระกรรณเป็นขมวดม้วนและมีรอยขีดยาวลงมาช่วงติ่งพระกรรณ เศียรพระมีร่องรอยการลงรักปิดทอง ด้านอายุนั้นนักวิชาการบางท่านเสนอความเห็นว่า น่าจะอยู่ในช่วงสมัยทวารวดี เป็นต้น