ทั้งยังขอความร่วมมือการเผยแพร่ข่าวสารทุกช่องทาง โดยเฉพาะการจัดทำภาพอินโฟกราฟิก และจัดทำประกาศเป็นเสียงแจกจ่าย ให้อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน นำไปปิดป้ายประกาศและประกาศเสียงตามสาย รวมทั้งจัดแถลงข่าว ตลอดถึงขอความร่วมจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ นครนายก นครราชสีมา สระแก้ว และฉะเชิงเทรา เพื่อเผยแพร่ข่าวสารให้ถึงประชาชนมากที่สุด รวมทั้งเพิ่มช่องทางการสื่อสารเพื่อแจ้งเหตุที่จำง่ายที่สุด เช่น 1784 , 1296 , 191
นอกจากนี้ยังมีการประชุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภาครัฐและสถานประกอบการ (บริษัทเนชั่นแนล เพาเวอร์ แพลนท์ 5 เอ จำกัด) เพื่อมอบหมายภารกิจและติดตามผลการดำเนินงานทุกวันตั้งวันที่ 13-18 มีนาคม 2566 เวลา 15.00 น. ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี
ในด้านสาธารณสุขและการแพทย์ มีการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาล ได้แก่ ยา , เวชภัณฑ์ไม่ใช่ยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงการติดตาม สถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งยั้งมีการติดตาม เฝ้าระวัง สังเกต ซักถามประวัติและอาการ เมื่อมีคนไข้อาการผิดปกติเกี่ยวกับการได้รับผลกระทบจากสารเคมี เข้ามาทำการรักษา ส่วนการประชาสัมพันธ์ ได้ออกประกาศให้ความรู้แก่ประชาชนรับทราบแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องในทุกรูปแบบ ผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี อำเภอทุกอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี รายงานและเผยแพร่ผลการปฏิบัติงานของชุดปฏิบัติการ ทั้งผลงานที่ผ่านและแผนการดำเนินงานในวันถัดไปทุกวัน
สำหรับการตรวจพบ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจวัดรังสีในอุตสาหกรรมโรงหลอมโลหะจากเศษเหล็กที่เลิกใช้แล้ว ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย
1. วันที่ 17 มีนาคม 2566 เวลา 14.30-16.00 น. ได้แก่ บริษัท หยงชิง สตีล (ไทยแลนด์) จำกัด ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ
2. วันที่ 19 มีนาคม 2566 เวลา 09.30-18.30 น. ได้แก่ บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี , บริษัท เค ที พี สตีล จำกัด ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี , บริษัท ที เอส บี เหล็กกล้า จำกัด ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ , บริษัท สิงห์ไทย สตีล จำกัด ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ
โดย ปส. ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ไอโซโทปรังสีในการตรวจสอบ เพื่อสำรวจปริมาณรังสีและวิเคราะห์ของสารกัมมันตรังสีจากวัตถุต้องสงสัย ว่าเป็นสารกัมมันตรังสีหรือวัตถุที่อาจมีการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีซีเชียม-137 หรือไม่
ผลการตรวจสอบพบโรงงานแห่งหนึ่งมีการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ในฝุ่นโลหะที่ได้จากผลิตโลหะ
ผู้เชี่ยวชาญของ ปส. ได้ควบคุมและตรวจสอบพื้นที่โรงงานโดยรอบ พบว่าโลหะที่ได้จากกระบวนการผลิต ไม่พบการปนปื้อนสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 เมื่อตรวจวัดปริมาณรังสีโดยรอบพื้นที่โรงงานพบว่า ระดับปริมาณรังสีอยู่ในระดับปกติตามปริมาณรังสีในธรรมชาติ นอกจากนี้ได้มีการตรวจสอบคุณภาพอากาศ น้ำ บริเวณโดยรอบโรงงานพบว่า ระดับรังสีอยู่ในระดับปกติตามปริมาณรังสีในธรรมชาติ ไม่มีการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีในสิ่งแวดล้อม
สำหรับการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ในฝุ่นแดง เกิดขึ้นจากโรงงานหลอมโลหะรีไซเคิล ที่รับซื้อเศษโลหะมือสองที่มีการปะปนของวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 เข้าไปในกระบวนการหลอมโลหะ และเมื่อวัสดุกัมมันตรังสีซีเขียม-137 เข้าไปในกระบวนการหลอม ซีเชียม-137 จะถูกหลอมและระเหยกลายเป็นไอกระจายอยู่ในเตาหลอม ซึ่งจะมีระบบการกรองของเสียจากกระบวนการผลิต และเป็นการทำงานในระบบปิดทั้งหมด ซึ่งฝุ่นปนเปื้อนเหล่านี้จะมีระบบกรอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฟุ้งกระจายออกสู่สิ่งแวดล้อม และถูกจัดเก็บ ควบคุมอยู่ในระบบปิดทั้งหมด
ดังนั้น ฝุ่นโลหะปนเปื้อนได้ถูกระงับการเคลื่อนย้าย และจำกัดไม่ให้ออกนอกบริเวณโรงงาน ปส.ได้ดำเนินการตรวจวัดการเปรอะเปื้อนทางรังสีนอกร่างกายของผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดภายในโรงงาน ผลการตรวจสอบไม่พบการเปรอะเปื้อนทางรังสีของผู้ปฏิบัติงานแต่อย่างใด
สามารถสรุปได้ว่า ฝุ่นโลหะปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีซีเชียม-137 มีการปนเปื้อนในบริเวณที่จำกัด และถูกควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่เกิดการแพร่กระจายของสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 สู่สิ่งแวดล้อม ไม่เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่โดยรอบและบริเวณใกล้เคียง ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและสถานการณ์ทั้งหมดได้ถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว
ทั้งนี้ระหว่างการแถลงข่าว สื่อมวลชนจากหลายสำนัก รวมทั้งภาคเอกชนในพื้นที่ ได้พยายามถามว่าวัตถุที่หายไปนั้นถูกทำลาย ถูกหลอมละลายไปแล้วหรือไม่ ซึ่งทั้งเลขาธิการและเจ้าหน้าที่ ปส. รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ยืนยันว่าไม่มีการแพร่กระจายของซีเซียม-137 ออกสู่สิ่งแวดล้อม แม้จะเรียกว่าฝุ่นแดง หรือฝุ่นเหล็ก ก็อยู่ภายในระบบปิด ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ย้ำว่าตนเองก็อยู่ในบริเวณโรงงานที่พบ เครื่องมือก็ตรวจไม่พบ
ส่วนฝุ่นแดงที่ปนเปื้อนซีเซียม-137 นั้น มาจากอุปกรณ์ที่หายไปหรือไม่ หรืออุปกรณ์นั้นมาถึงโรงงานแห่งนี้ได้อย่างไร รวมทั้งบางโรงหลอมเหล็กที่ไม่มีระบบตรวจจับ ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ต้องดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขต่อไป
ย้อนไทม์ไลน์ ซีเซียม-137
วันที่ 14 มีนาคม มีการค้นหาซีเซียม-137 ที่หายไปจากโรงไฟฟ้าเอกชน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้รับเเจ้งเมื่อวันที่ 10 มี.ค.2566 โดยออกค้นหาใช้ครื่องตรวจจับออกค้นหาในทุกมิติ
ซีเซียม-137 ที่หายไปเป็นแท่งทรงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว ยาว 8 นิ้ว หนัก 25 กิโลกรัม มีตะกั่วปกป้องอยู่ชั้นในและห่อหุ้มด้วยเหล็ก
ต่อมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกาศตั้งเงินรางวัลถึง 100,000 บาท ให้กับผู้ชี้เบาะแสนำไปพบซีเซียม-137
วันที่ 19 มีนาคม มีข่าวการพบซีเซียม-137 ที่สูญหาย จากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปราจีนบุรี ยืนยันว่าข่าวเป็นความจริง
วันนี้ (20 มีนาคม) เวลา 11.00 น. ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี เเถลงยืนยันเเล้ว "ซีเซียม-137" ถูกหลอมเเล้ว สั่งปิดพื้นที่ ให้หยุดงานทันที เเละเตรียมตรวจเลือดกลุ่มเสี่ยง