นายสิงคาร เรือนหอม ชาวบ้านแม่เงา กล่าวว่า เรื่องประวัติศาสตร์ของชุมชน ในรายงานอีไอเอ ไม่ได้เขียนไว้เลย บ้านตนอยู่ที่นี่มาก่อน รายงานเขียนไว้ว่า วัดสร้างมา 10 ปี แต่ความจริงชาวบ้านที่นี่ อยู่มาก่อนนั้นแล้ว ในประเด็นระบบนิเวศป่า ในรายงานอีไอเอก็เขียนไม่ตรง เขียนว่าจะเอาน้ำมาให้ชาวบ้านทำการเกษตร แต่ชาวบ้านไม่มีนา พึ่งพารายได้จากป่าเท่านั้น รายงานระบุว่ามีปลาเพียง 30 ชนิด แต่ชาวบ้านมานั่งนับแล้ว มีปลาในแม่น้ำเกิน 60 ชนิด
ภายในงานยังได้มีการจัดเวทีเสวนา โดยนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ กล่าวว่า รายงานอีไอเอไม่รอบคอบ และไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง โครงการผันน้ำงบประมาณกว่า 1.7 แสนล้านบาท ไม่มีเงินลงทุน แต่รายงานกลับได้รับการอนุมัติ ขณะที่คณะกรรมการลุ่มน้ำ ก็ยังไม่มีการอนุมติว่า จะมีการผันน้ำจากลุ่มน้ำสาละวิน การผันน้ำข้ามลุ่ม ต้องแจ้งและขอความเห็นชอบ จากคณะกรรมการทั้งสองลุ่มน้ำ ที่สำคัญโครงการนี้เป็นการลงทุนขนาดใหญ่
“ที่ อ.อมก๋อย การก่อสร้างอุโมงค์ จะต้องมีดินมากองในที่ดินชาวบ้าน เศษดินนับล้านคิว จะเกิดอะไรกับชาวบ้าน แล้วไปบอกกว่า ชาวบ้านอยู่ในเขตป่าสงวน เขาบอกว่า จะไม่ส่งผลกระทบกับชาวบ้าน ไหนจะมีจุดพักคนงาน ถนนขนดิน แต่ในรายงานอีไอเอ ไม่ได้เขียนไว้เลย ที่สำคัญคือต้องไม่เข้าไปเกี่ยวกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ในรายงาน”
จี้รัฐบาลทบทวนผลการประเมิน EIA
ผศ.มาลี สิทธิเกรียงไกร คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการนี้ใหญ่มาก แต่เมื่อเราลงพื้นที่ปรากฏว่า ชาวบ้านไม่ทราบมีโครงการนี้ มาทราบเมื่ออนุมัติอีไอเอแล้ว โดยกรมชลประทานเข้ามาชี้แจง 2 - 3 ชั่วโมงแล้วกลับ โดยไม่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านตั้งคำถามว่า สิ่งที่ชาวบ้านต้องสูญเสียจะเป็นอย่างไร
ในอีไอเอบอกว่า ที่แม่เงามีบ้านที่ได้รับผลกระทบ 4 หลัง เป็นไปได้อย่างไร กระบวนการทำอีไอเอ ถ้าได้ฟังความคิดเห็นและลงพื้นที่จริง แต่กลับไม่มีบริบทประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อีไอเอควรมีข้อมูลหนักแน่นกว่านี้ รัฐบาลควรทบทวนโครงการนี้ โดยเฉพาะการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมควรจัดทำใหม่ เพราะในอีไอเอฉบับเก่าไม่ครอบคลุมโดยเฉพาะความสูญเสียของชาวบ้าน
“คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ควรลงมาดูพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า สิ่งที่เขียนไว้ในอีไอเอ เป็นอย่างที่เสนอหรือไม่ มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดความสูญเสียมากมาย ต้องศึกษาให้ดีว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำยวม เหมาะสมหรือเพียงพอที่จะผันน้ำหรือไม่ ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ใครที่จะมาหาเสียงแถวนี้ ควรมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ฟังเสียงชาวบ้านและยุติโครงการ”
ในช่วงท้ายชาวบ้าน ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ ของเครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำยวม เงา เมย สาละวิน มีเนื้อหาว่า ในวันนี้ พวกเราที่จะได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม จากโครงการสร้างเขื่อนเก็บนํ้ายวม เพื่อผันนํ้าสู่ เขื่อนภูมิพล เห็นพร้อมตรงกันว่า
1.การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ขาดการมีส่วนร่วม และไม่รับฟังความคิดเห็นของชุมชน ผลการศึกษาจึงไม่ตรงประเด็น และขาดข้อเท็จจริงของชุมชมและสิ่งแวดล้อม นับเป็นการลิดรอนสิทธิชุมชน และลดทอนการมีส่วนร่วมของชุมชน ตามหลักประชาธิปไตย
2.หากดําเนินโครงการตามผลการศึกษานี้ จะไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน เนื่องจากจะเกิดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างถาวร ส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อวิถีชีวิตและ เศรษฐกิจชุมชนที่พึ่งพิงธรรมชาติโดยเฉพาะป่าและนํ้า ซึ่งเป็นความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ และไม่สามารถแก้ไขได้ในภายหลัง แตกต่างจากผลการประเมินในอีไอเอ พวกเราทุกคนจึงมมีมติให้ยกเลิกอีไอเอฉบับนี้ และขอให้ถอนโครงการผันน้ำ รวมทั้งทุกโครงการที่เกี่ยวข้องออกไป
ทั้งนี้ บรรยากาศการจัดงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีการจัดนิทรรศการแสดงวิถีชีวิต ของชุมชนที่พึ่งพาแม่น้ำและป่า โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ของหลายหน่วยงาน มาร่วมสังเกตุการณ์นับสิบนาย