สั่งล่า “แก๊งพระปลอม” ตุ๋นเงิน “ผัวเมีย” หลอกทำพิธีเสกน้ำมนต์
17 ต.ค. 2565 | piyathida_pec

“ผู้การอุดรฯ” สั่งล่า “แก๊งพระปลอม” หลอกผัวเมียทำพิธีเสกน้ำมนต์สูญเงิน 3.4 หมื่นบาท พบเหยื่ออีกเพียบ ตร.มั่นใจจับคนร้ายได้แน่นอน
ข่าว
17 ต.ค. 2565 | piyathida_pec

“ผู้การอุดรฯ” สั่งล่า “แก๊งพระปลอม” หลอกผัวเมียทำพิธีเสกน้ำมนต์สูญเงิน 3.4 หมื่นบาท พบเหยื่ออีกเพียบ ตร.มั่นใจจับคนร้ายได้แน่นอน
17 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางดาหวัน อายุ 45 ปี และนายวิชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ชาวบบ้านด่านไชโย ต.มาย อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร อาชีพขายของเร่ตามหมู่บ้านแบบรถพุ่มพวงไปตามหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ อ.บ้านม่วง อ.บ้านดุง และอำเภอใกล้เคียง เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดุง จ.อุดรธานี หลังถูกแก๊งมิจฉาชีพเป็นพระภิกษุและฆราวาส หลอกเอาเงินสำหรับค้าขายก้อนสุดท้ายที่หยิบยืมมาเก็บไว้ลงทุน จำนวน 34,000 บาท โดยใช้กลอุบายและหลบหนีไป จนถึงตอนนี้ก็ติดต่อไม่ได้
เหตุเกิดช่วงเย็นวันที่ 14 ตุลาคม 2565 ที่ป่าช้าวัดเทพพรหมจรรย์ บ้านโพธิ์ท่าเมือง ต.ถ่อนนาลับ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เมื่อรู้ว่าโดนหลอก ก่อนให้ นายวีระพล รักษ์เสมอวงษ์ แอดมินเพจบ้านดุงอัพเดต พามาแจ้งความ ในวันรุ่งขึ้น (15 ต.ค.65) หลังผัวเมียผู้เสียหายเข้าไปสอบถามความจริงกับเจ้าอาวาสวัดที่เกิดเหตุ จึงรู้ว่าโดนหลอก ส่วนสาเหตุที่โดนหลอก เพราะที่ผ่านมาขายของไม่ค่อยดี และส่วนมากมีคนซื้อเป็นเงินเชื่อ ขณะพากันเร่ขายของไปที่ อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร มีคนแนะนำให้ไปหาพระ เพื่อให้เสกคาถาใส่เงินและพรมน้ำมนต์ให้ จึงได้นัดแนะเพื่อไปทำพิธีกันที่ป่าช้าวัดดังกล่าว
ความคืบหน้าล่าสุด (17 ต.ค. 65) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับพระอาจารย์อธิการ สุขขี อายุ 38 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าเทพพรหมจรรย์ บ.โพธิ์ท่าเมือง ม.7 ต.ถ่อนนาลับ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี บอกว่า ช่วงเช้าวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมามีโยมสองผัวเมียผู้เสียหายที่โดนแก๊งมิจฉาชีพหลอกเอาเงินไปได้เข้ามาหาอาตมาที่วัด เพราะนึกว่าพระที่ก่อเหตุจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่14 ตุลาคม ที่ผ่านมา และพาไปกันทำพิธีอยู่ในป่าช้านอกเขตวัดก่อนโยมผัวเมียผู้เสียหายจะพากันเดินไปแจ้งความเอาไว้กับตำรวจที่ สภ.บ้านดุง หลังทราบว่าความจริงโดนแก๊งมิจฉาชีพหลอก
“วัดแห่งนี้มีพื้นจำนวน 211ไร่ มีอาตมาจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้เพียงรูปเดียว ซึ่งมีเมรุเผาศพอยู่หน้าและป่าช้าอยู่บริเวณด้านหน้าวัด และเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ก็เคยเกิดกรณีแบบนี้เช่นเดียวกัน เจ้าของลานรับซื้อยางพาราชาว จ.หนองคาย ก็โดนแก๊งมิจฉาชีพหลอกสูญเงินไป 80,000 บาท และก็เข้ามาสอบถามอาตมาเหมือนกันว่าที่วัดแห่งนี้มีพระกี่รูป ก่อนรู้ว่าโดนแก๊งมิจฉาชีพมาหลอกเงินไปเช่นเดียวกันกับกรณีนี้”
พระอาจารย์อธิการ สุขขี บอกอีกว่า อาตมาพร้อมให้พิสูจน์ได้เลย เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งพระปลอมที่ไปเที่ยวหาหลอกเงินชาวบ้าน แล้วแอบอ้างว่าจำพรรษาอยู่วัดแห่งนี้ ทำให้วัดเสียหายก็อยากให้ญาติโยมควรใช้สติด้วย จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ ซึ่งกิจของสงฆ์ไม่สามารถไปทำแบบนั้น ได้ หากพบเจอให้แจ้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองตรวจสอบทันที
ขณะที่ พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังจากผู้เสียหายที่แก๊งมิจฉาชีพหลอกไปทำพิธีเสกคาถาทำน้ำมนต์พรมกระเป๋าเงิน ทำให้สูญเงินไปจำนวน 34,000 บาท แล้วไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.บ้านดุง คาดว่าจะเป็นแก๊งพระปลอม โดยมีฆราวาสร่วมก่อเหตุอีก 2 คน จนผู้เสียหายหลงเชื่อว่าจะทำให้อาชีพการทำงานค้าขายเจริญรุ่งเรืองขึ้น ส่วนแนวทางสืบสวนทราบว่า ขบวนการแก๊งมิจฉากลุ่มนี้ยังเคยมาก่อเหตุมาแล้ว กระทั่งมาก่อเหตุในพื้นที่ อ.บ้านดุง หลังจกเมื่อปีที่ผ่านมามีผู้เสียหายโดนหลอกสูญเงินไป 8 หมื่นบาท ทางตำรวจอยู่ระหว่างเร่งรัดติดตามหาเบาะแสติดตามจับกุม เพราะรู้ว่าตำหนิรูปพรรณรถใช้ที่ก่อเหตุเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รวมทั้งผู้เสียหายให้ปากคำรายละเอียดรูปพรรณของคนร้ายได้อย่างชัดเจนมั่นใจว่าจะติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างแน่นอน
“สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้ อยากให้ประชาชนควรมีสติอย่างหลงเชื่ออะไรง่ายให้ระมัดระวัง มีความรอบครอบมากกว่านี้ เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อ ตามความประสงค์ของแก๊งมิจฉาชีพ เพราะปัจจุบันนี้ไม่ใช่ว่าจะเป็นการหลอกลวงแบบออนไลน์เท่านั้น การหลอกลวงแบบที่มีตัวตนก็ยังพบอยู่ต่อเนื่อง หากประชาชนที่มีเบาะแส หรือโดนหลอกไปแล้วอย่างอายที่โดนหลอก และให้ไปแจ้งความที่โรงพักในท้องที่เกิดเหตุ เพราะทางตำรวจมีระบบการแจ้งเหตุ และมีข้อมูลของพฤติการณ์คนร้ายที่เคยก่อเหตุแบบนี้ หากเป็นคดีสำคัญ และทำประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทาง ผบ.ตร. และ ผบช.ภ.4 ให้ตำรวจในพื้นที่ติดตามเร่งรัดในการจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุด”.