svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ภูมิภาค

เผาอำพรางศพหนุ่มเพิ่งกลับจากเยอรมนี ญาติยันไม่มีศัตรู เร่งแกะรอยวงจรปิด

11 ตุลาคม 2565
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

สุดช็อก! ฆ่าเผาอำพรางหนุ่ม 23 ปี เพิ่งกลับจากเยอรมนีกับครอบครัว ทิ้งศพใน ร.ร. ห่างจากบ้านราว 500 เมตร พบภาพวงจรปิดร้านค้าข้างบ้านเห็นเดินไปคนเดียวก่อนเจอเป็นศพ ตร.เร่งแกะรอยวงจรปิดและเค้นสอบผู้ต้องสงสัย ยังไม่ชี้ชัดชิงทรัพย์หรือแค้นส่วนตัว

11 ตุลาคม 2565 เกิดเหตุสุดช็อก เหตุฆาตกรรมเผาอำพราง เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สกลณัฎฐ ปัตตาเทศา สารวัตรสอบสวน สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งพบศพคนถูกเผาเสียชีวิต ภายในบริเวณโรงเรียนบ้านแสลงโทน ต.แสลงโทน อ.ประโคนชัย คาดว่าน่าจะเป็นการฆ่าเผาอำพราง จึงได้ประสานแพทย์เวรฯ รพ.ประโคนชัย พร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างจุดประโคนชัย และหน่วยกู้ภัยบ้านสองเมือง ร่วมตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

 

ทั้งนี้ พ.ต.อ.เจษสฤษฎ์ แพ่งศรีสาร ผกก.สภ.ประโคนชัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าตำรวจชุดสืบสวนภูธรจ.บุรีรัมย์ ชุดสืบสวน สภ.ประโคนชัย  ก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วย

 

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุเป็นบริเวณด้านหลังโรงเรียนบ้านแสลงโทน พบศพนายธนทัต จันทร์แก หรือหนั้ม อายุ 23 ปี นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต ในสภาพบริเวณหน้าผากคล้ายถูกของแข็งตีเป็นแผลฉกรรจ์ ถูกไฟไหม้ทั้งเสื้อยืดและกางเกงที่สวมใส่เกือบทั้งหมด ลามไปจนถึงผิวหนังตามร่างกายบางส่วนด้วย ข้างศพพบรองเท้า 1 คู่ ไฟแช็ค 1 อัน คราบน้ำมันและหยดน้ำตาเทียนที่คาดว่าคนร้ายใช้ในการก่อเหตุสังหารโหดครั้งนี้ด้วย

 

นอกจากนี้ยังเจอกระเป๋าสะพานสีฟ้าซึ่งเป็นของผู้ตาย วางอยู่บนตะแกรงเหล็กที่ไว้สำหรับใส่ขวดพลาสติกหรือขยะรีไซเคิลของโรงเรียน เมื่อตรวจสอบในกระเป๋าสะพายดังกล่าวก็พบกระเป๋าสตางค์สีน้ำตาล 1 ใบ ด้านในมีเงินจำนวน 280 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และบุหรี่ 2 ซอง เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

 

เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัวญาติพี่น้องและชาวบ้านในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมและก่อเหตุในบริเวณโรงเรียนด้วย ถึงแม้จะเป็นช่วงปิดเทอมก็ตาม  
 

เผาอำพรางศพหนุ่มเพิ่งกลับจากเยอรมนี ญาติยันไม่มีศัตรู เร่งแกะรอยวงจรปิด

จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดของร้านขายของชำ ซึ่งอยู่ติดกับกันบ้านของผู้ตาย พบว่า เมื่อเวลา 18.55 น. นายธนทัต ได้เดินออกจากบ้านผ่านหน้าร้านไปคนเดียวก่อนจะพ้นรัศมีกล้องวงจรปิดแล้วหายไปในความมืด แต่ไม่มีใครรู้ว่านายธนทัต จะเดินไปไหนหรือไปหาใคร แต่เป็นภาพสุดท้ายก่อนจะพบศพถูกฆ่าเผาอำพราง   


จากการสอบถามนายนายบัญญัติ วนมา นักการภารโรง ซึ่งเป็นคนมาพบศพคนแรก เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. วันนี้ (10 ต.ค.) ตนก็มาเข้าเวรที่โรงเรียนตามปกติแต่พอเดินเข้ามาภายในโรงเรียน  ก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้และเห็นเปลวไฟอยู่บริเวณด้านหลังโรงเรียน  ตอนแรกนึกว่าใครมาจุดเผาอะไรไว้  แต่พอเดินไปใกล้ๆ แล้วใช้ไฟฉายส่องดูเห็นเป็นขามนุษย์ก็ตกใจ จึงรีบไปเรียกชาวบ้านใกล้เคียงให้มาช่วยดูก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ อย่างไรก็ตามตอนที่เห็นเปลวไฟก่อนจะเดินเข้ามาเจอศพ  ก็ไม่ยินหรือเห็นอะไรผิดปกติ  จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  


ด้าน น.ส.ยุพาภรณ์ เกษาโร หรือก้อย อายุ 22 ปี ภรรยาของนายธนทัต ผู้ตาย เล่าด้วยน้ำสียงสั่นเครือว่า สามีเพิ่งกลับจากเยอรมันพร้อมกับครอบครัวตอน 5 ทุ่มของคืนวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา แล้ววันนี้ 10 ต.ค.ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของตนเองทางครอบครัวญาติพี่น้องประมาณ 10 คน จึงได้มีการกินเลี้ยงฉลองสังสรรค์เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของตนเอง  โดยเริ่มกินกันตั้งแต่ประมาณ 5 โมงเย็น  กระทั่งช่วง 6 โมงกว่าไม่เห็นสามีอยู่ที่บ้าน  ก็คิดว่าน่าจะเดินไปซื้อของหรือเดินเล่นใกล้ๆ

 

กระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่เห็นสามี ก็เริ่มใจคอไม่ดีจึงได้ไปขอดูกล้องวงจรปิดที่ร้านค้าข้างบ้าน ก็พบภาพสามีของตนเองเดินผ่านหน้าร้านของชำไปคนเดียวช่วงเวลา 18.55 น. แล้วก็หายไปกับความมืดโดยไม่รู้ว่าจะไปไหนไปหาใคร   กระทั่งมาทราบอีกทีว่ามีคนพบศพสามีถูกฆ่าเผาอำพรางที่โรงเรียนบ้านแสลงโทนแล้ว

 

เผาอำพรางศพหนุ่มเพิ่งกลับจากเยอรมนี ญาติยันไม่มีศัตรู เร่งแกะรอยวงจรปิด

“ รู้สึกช็อกมากทำอะไรไม่ถูก  และไม่รู้สาเหตุว่าสามีถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมเพราะอะไร   เพราะสามีเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด ”

 

ขณะที่นายสุวรรณ ภาศรี ลุงของผู้ตาย บอกว่า ตนรักนายธนทัต เหมือนลูกชายคนหนึ่ง เพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ก่อนที่แม่ของเขาจะพาไปอยู่ต่างประเทศด้วย แต่ก็ไปๆกลับๆ  ซึ่งหลานกับครอบครัวก็เพิ่งเดินทางมาจากเยอรมันได้คืนวันที่ 9 พอเย็นวันนี้ 10 ต.ค.65  ที่บ้านจึงมีการกินเลี้ยงสังสรรค์กันในครอบครัวเครือญาติ ประกอบกับเป็นวันเกิดของหลานสะใภ้ด้วย ก็ไม่มีใครรู้ว่าหลานออกไปจากบ้านตอนไหนหรือไปหาใคร มารู้อีกทีตอนที่มีคนไปพบว่าถูกฆ่าเผาอำพรางในโรงเรียนที่หลานเคยเรียนตอนเด็ก

 

" หลานเป็นคนในหมู่บ้านและเคยเรียนที่นี่ก็ไม่เคยเห็นหลานมีปัญหากับใคร   จึงไม่รู้สาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร  แต่ก็อยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว   เพราะก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม  "

 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบทั้งภูธรจังหวัด และชุดสืบ สภ.ประโคนชัย  ก็ได้เร่งแกะรอยวงจรปิดใกล้เคียง  และเรียกสอบผู้ต้องสงสัย  เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุในดำเนินคดี  เบื้องต้นยังไม่ชี้ชัดว่าเป็นการเพื่อหวังเอาทรัพย์สิน หรือความแค้นส่วนตัว

เผาอำพรางศพหนุ่มเพิ่งกลับจากเยอรมนี ญาติยันไม่มีศัตรู เร่งแกะรอยวงจรปิด  

ข่าวและภาพ : สุรชัย พิรักษา
สำนักข่าวเนชั่น จ.บุรีรัมย์
       

logoline