แพทย์หญิงอัมพร กล่าวว่า วิธีการดูแลเบื้องต้นคือ ดูแลสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบ รับฟังความรู้สึก ต้องระมังระวังในการซักถาม รวมถึงปกป้องคนที่จะคอยมาซักถามเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการตอกย้ำบาดแผลทางใจให้หนักมากกว่าเดิม ซึ่งหลักการของกรมสุขภาพจิตคือ เซฟตี้เฟริ์ส ทางร่างกายและจิตใจ
ส่วนสภาพจิตใจที่น่าห่วงของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ พญ.อัมพร ระบุว่า กลุ่มเด็กที่ต้องเจอกับเหตุการณ์ที่รุนแรง ถือเป็นความเจ็บปวดรวมกันของทุกฝ่ายได้ง่ายมาก ซึ่งที่ต้องพยามยามดูแล คือ ความเจ็บปวดของคนที่เห็นเหตุการณ์ และมีการส่งภาพ หรือ คลิปของเหตุการณ์ที่สะท้อนความรุนแรงอย่างชัดเจนกระจายออกไปตามสื่อต่าง ๆ
โดยภาพที่ทำร้ายจิตใจคนในเหตุการณ์ จะกระจายไปทำร้ายจิตใจของผู้อื่นเป็นจำนวนมากหรือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จนเป็นแผลทางใจ และอาจจะเป็นตัวอย่าง ชี้นำความรุนแรงให้กับคนที่มีความโกรธ ความทุกข์อยู่ในใจ จนทำให้สังคมเกิดความชินกับความก้าวร้าวแบบนี้
จึงอยากขอร้องทุกฝ่ายที่จะนำเสนอข้อมูลไปในวงกว้าง สื่อสารด้วยความระมัดระวัง การบอกเล่าข่าวสารสามารถทำได้ แต่การเติมสีสัน หรือ แพร่ภาพที่ขาดความเหมาะสมเป็นสิ่งที่ต้องระวังมาก ๆ และต้องให้เกียรติผู้สูญเสียทั้งหลายด้วย