background-defaultbackground-default
ร่ำไห้ “แม่” พี่-น้อง ชิงเงิน 3.4 ล้าน วอนสังคมให้โอกาส ลูกแค่คิดชั่ววูบ

เปิดคำสารภาพ “พี่-น้อง” ชิงเงิน 3.4 ล้าน อ้างนำเงินสร้างตัว “แม่” ร่ำไห้ ขอโทษสังคม ลูกความคิดชั่ววูบ ขอให้ชดใช้กรรม หากลูกพ้นโทษวอนขอสังคมให้โอกาส

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

จากกรณี ชนายจตุพล บุญมีสนม หรือ เอ็ม อายุ 27 ปี เเละ  น.ส.ประภาภรณ์ บุญมีสนม หรือ บี อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุ ร่วมกันวางเเผนชิงเงิน 3.4 ล้านบาท ของบริษัท โดยตบตาออกอุบายว่า เป็นปัญหาชู้สาว เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอย จับกุมตัวได้ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ที่หอพักแห่งหนึ่ง ถ.เพชรเกษม 35/1 แขวง บางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร   

 

ร่ำไห้ “แม่” พี่-น้อง ชิงเงิน 3.4 ล้าน วอนสังคมให้โอกาส ลูกแค่คิดชั่ววูบ

 

ต่อมาวันนี้ (22 ก.ย.65) เวลา 10.00 น. ที่สภ.บ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี  พลตำรวจ ตรีอิทธิพร โพธิ์ทอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2  เเละ พ.ต.อ.ทวี กุดเเกลง ผู้กำกับ สภ.บ้านบึง เเละชุดสืบสวนในการจับกุม ร่วมกันเเถลงผลการจับกุม เเละ การดำเนินคดี นายจตุพล บุญมีสนม  หรือ เอ็ม   เเละ  น.ส.ประภาภรณ์ บุญมีสนม หรือ บี  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยของกลาง เงินสด  3,263,500 บาท  ตามข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นการจับกุม และ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจฯ”

 

ร่ำไห้ “แม่” พี่-น้อง ชิงเงิน 3.4 ล้าน วอนสังคมให้โอกาส ลูกแค่คิดชั่ววูบ

 

พลตำรวจตรี อิทธิพร โพธิ์ทอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2  เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุชุดสืบสวน ตำรวจร่วมกันติดตามจับกุมตัวภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว จากการสอบปากคำทั้งสอง ยอมรับว่า จะนำเงินไปใช่หนี้ เเละ วางเเผนว่าจะไปใช้ชีวิตอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน โดย น้องชาย เป็นคนคิดเเผนการก่อเหตุในครั้งนี้ และจากการสอบสวนพบว่า ก่อเหตุเพียงเเค่ 2 คน  และ  ไม่มีประวัติคดีใดติดตัว ตามที่ได้เสนอข่าวแล้วนั้น  (อ่านข่าว) 

 

 

ต่อมาตำรวจพาตัว นายเอ็ม ผู้ต้องหา ไปชี้จุดที่เกิดเหตุ ด้านหลังธนาคารกรุงเทพ สาขาบ้านบึง โดยมีชาวบ้านในที่เกิดเหตุ เเละ ใกล้เคียงเดินทางมาดูการทำเเผนประกอบคำรับสารภาพ จุดที่นายเอ็ม ใช้ปืนปลอมจี้ชิงเงิน เเละ ทำร้ายคนขับรถตู้ที่มากับ นส.ประภาภรณ์  ซึ่งเป็นคนถือถุงเงิน 3.4 ล้านบาท โดยนายเอ็ม ไม่ตอบคำถามใดเกี่ยวกับการก่อเหตุครั้งนี้ รวมถึงเงินที่ได้ ว่าจะนำไปใช้จ่ายอะไร 

 

ร่ำไห้ “แม่” พี่-น้อง ชิงเงิน 3.4 ล้าน วอนสังคมให้โอกาส ลูกแค่คิดชั่ววูบ

 

ขณะที่นางวิภาภรณ์ แม่ของผู้ต้องหาทั้ง 2 คนร่ำไห้ มาที่โรงพัก เเม่ บอกว่า ที่ผ่านมา บี เป็นคนดูเเลครอบครัวมาตลอด ใช้จ่ายประหยัด เเต่เป็นหนี้เป็นสินเยอะ เพราะ หยิบยืมเงินมาช่วยเเม่ เเละช่วยน้องชาย อยากจะกอดลูก ที่ผ่านมาไม่เคยรับรู้ถึงการกระทำของทั้ง 2 คน ว่าจะมาก่อเหตุเเบบนี้ ถ้าลูกพ้นโทษ ขอให้สังคมให้โอกาสลูกทั้ง 2 คนด้วย ยอมรับว่า ลูกชาย ไม่มีปัญหายาเสพติด เเต่ยอมรับว่ามีการติดการพนันบ้าง

 

ร่ำไห้ “แม่” พี่-น้อง ชิงเงิน 3.4 ล้าน วอนสังคมให้โอกาส ลูกแค่คิดชั่ววูบ

 

 

ขณะที่ ตัวเเทนของผู้บริหารโรงงาน มอบกระเช้าผลไม้ เเละ โต้ะไม้ เฟอร์เจอร์ของโรงงาน เพื่อขอบคุณตำรวจ เเละ มอบเงินรางวัลให้กับคนที่ถ่ายคลิป

สำหรับพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน วันที่ 20 กันยายน 2565 เวลา 11.55 น. ขณะนายกฤษชพัฒน์ คนขับรถ และ น.ส.ประภาภรณ์ บุญมีสนม พนักงานบัญชีของ บริษัท พี.เจ. มาเบิกเงินที่ธนาคารกรุงเทพ  3,500,000 บาท  แบ่งใส่กระเป๋าเป้ 3,460,000 บาท

 

นายกฤษชพัฒน์ เป็นผู้ถือ และใส่กระเป๋าสะพาย 40,000 บาท น.ส.ประภาภรณ์ เป็นผู้ถือ ทั้งสองคน ได้นำเงินเดินไปที่จอดรถที่อยู่ด้านหลังธนาคาร ขณะที่อยู่บนรถ ได้มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดข้างรถแล้วเอาอาวุธปืนออกมาข่มขู่ และชกต่อย

 

นายกฤษชพัฒน์ พร้อมกับด่าว่า เป็นชู้กับเมียคนร้าย นายกฤษชพัฒน์  จึงได้ลงจากรถแล้ววิ่งหลบหนีไป คนร้ายจึงได้หยิบเอากระเป๋าเป้ซึ่งมีเงิน 3,460,000 บาท ที่วางอยู่บนรถ ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

 

ร่ำไห้ “แม่” พี่-น้อง ชิงเงิน 3.4 ล้าน วอนสังคมให้โอกาส ลูกแค่คิดชั่ววูบ

 

หลังเกิดเหตุตำรวจร่วมกันสืบสวนจนพบรถจักรยานยนต์ ที่ใช้ก่อเหตุ นำไปจอดทิ้งไว้ไร่ออ้อย ข้างถนน ตรวจสอบพบว่า นายจตุพล บุญมีสนม ซึ่งเป็นน้องชายแท้ ๆ ของ น.ส.ประภาภรณ์ฯ ซึ่งเป็นผู้เสียหายเอง และ หลังเกิดเหตุ น.ส.ประภาพร ก็ได้หลบหนีไป วิเคราะห์ว่าทั้งสองคนรู้เห็นกันในการก่อเหตุชิงทรัพย์ครั้งนี้ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับ 

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ ร่วมกันสืบสวนติดตามตัวทั้ง 2 คน จนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนี ซ่อนตัวอยู่ที่หอพัก แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญกรุงเทพมหานคร จึงเดินทางไปตรวจสอบพบผู้ต้องหาทั้งสองอยู่ที่หอพักดังกล่าาว ตรวจค้นพบเงินสด เหลือจำนวน  3,263,500 บาท และ โทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง อยู่ภายในห้องพักของผู้ต้องหาทั้งสอง  

 

ร่ำไห้ “แม่” พี่-น้อง ชิงเงิน 3.4 ล้าน วอนสังคมให้โอกาส ลูกแค่คิดชั่ววูบ

 

น.ส.ประภาภรณ์ ยอมรับว่า รู้เห็นกับ นายจตุพล น้องชาย ที่มาก่อเหตุชิงทรัพย์ในครั้งนี้จริง เหตุผลที่ร่วมกันก่อเหตุ เพราะ ต้องการช่วยเหลือน้องชายหาเงิน เนื่องจากน้องชายเป็นหนี้ไฟแนนซ์รถอยู่ และต้องการเงินไปสร้างเนื้องสร้างตัว  จึงวางแผนร่วมกันก่อเหตุครั้งนี้

 

ส่วนนายจตุพล ยอมรับว่า เห็นโอกาสที่จะสามารถเอาเงินได้ พี่สาวจึงมาบอกให้มาทำทีชิงเงิน โดยนัดหมายเวลาที่ชัดเจนล่วงหน้าไว้แล้ว เมื่อถึงเวลาจึงได้ก่อเหตุลงมือชิงเงิน

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด