น.ส.หมวย ยังกล่าวถึงพฤติกรรมของ สิบเอกรายนี้ว่า มีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ ผู้หญิงในที่ทำงานเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง มีหญิงสาวที่ถูกกระทำในลักษณะเดียวกันหลายคน แต่ไม่มีใครกล้าเข้าแจ้งความ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า สิบเอกรายนี้ เป็นคนมีฐานะ พ่อเป็นเจ้าของโรงสี มีเส้นสายในหน่วยงาน และเป็นเด็กนาย ที่ผ่านมา แม้สิบเอกรายนี้ จะมีชื่ออยู่ในหน่วยงานสังกัดเดียวกับตนเอง แต่ไม่เคยเดินทางมาทำงาน ผู้บังคับบัญชาอ้างตลอดว่า ไปราชการ ทำให้ผู้เสียหายหลายคนไม่กล้าร้องเรียน หรือแจ้งความดำเนินคดี แต่ตนและครอบครัวปรึกษากันแล้วว่า จะขอสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และเอาผิดกับสิบเอกรายนี้ให้ได้
ด้าน กัน จอมพลัง กล่าวว่า หลังได้รับทราบเรื่อง ก็เกิดความรู้สึกสงสารเป็นอย่างมาก เพราะผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา จนต้องตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดี และร้องขอความช่วยเหลือจากตนเอง รวมถึงสื่อมวลชน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ซึ่งผู้เสียหายมีความเป็นห่วงเรื่องการขึ้นศาลทหาร
ขณะที่ พ.ต.อ.เตชินทร์ บรรจง ผกก.สภ.ลาดหญ้า กล่าวว่า พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี รับแจ้งความไว้ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา และได้สอบสวนไปตามขั้นตอนกว่า 90% แล้ว มีการสอบปากคำหญิงสาวผู้เสียหาย ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย พร้อมออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุ เข้าพบพนักงานสอบสวน เหลือเพียงหลักฐานจากหน่วยงานอื่นที่ทางตำรวจเร่งรัดไม่ได้ เช่น ผลการตรวจบาดแผล ทางตำรวจยืนยันว่า จะสอบสวนดำเนินคดีนี้อย่างละเอียดรอบคอบ และให้ความเป็นธรรมกับหญิงสาวผู้เสียหายอย่างเต็มที่
เบื้องต้นมีการตั้งข้อหากับผู้ก่อเหตุ 4 ข้อหา คือ ความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ , ความผิดฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้ายและได้กระทำโดยใช้วัตถุอื่นหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของบุคคลนั้น , ความผิดฐานบุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร และ ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ โดยจะได้เรียกตัวผู้ก่อเหตุเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมสอบปากคำดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป