ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าที่ สภ.ปากเกร็ด ก็ถูกน้ำท่วมขังสูงประมาณ 50-80 ซม. เต็มพื้นที่ ทำให้ประชาชนต้องเดินลุยน้ำเข้าแจ้งความ ซึ่งน้ำท่วมถึงหน้าห้องสืบสวนและบ้านพักข้าราชการ ตำรวจต้องประสานเทศบาลนครปากเกร็ดเพื่อเร่งสูบน้ำออก ส่วนถนนด้านหน้า สภ.ปากเกร็ด ก็มีน้ำท่วมสูง 50-80 ซม. ไม่สามารถนำรถเข้าไปจอดหรือขับผ่านได้ ขณะที่ถนนศรีสมานด้านหน้าโรงพัก ใช้ได้แค่ 2 ช่องจราจร ตำรวจต้องลุยน้ำอำนวยความสะดวกและแจ้งรถยนต์ให้หลีกเลี่ยงช่องจราจรซ้ายสุด ทำให้การจราจรติดสะสมบนถนนติวานนท์ไปถึงห้าแยกปากเกร็ด , ถนนศรีสมานติดจากแยกสรงประภาสะสมถึงบนสะพานข้ามแยกสวนสมเด็จไปถึงสะพานนนทบุรี บางช่วงระดับน้ำสูงถึง 50 ซม. ทำให้รถยนต์หลายคันถูกน้ำเข้า และจอดเสีย เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรต้องช่วยเข็นหลบขึ้นที่สูง
ล่าสุดวันนี้ ( 7 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด พบว่าน้ำลดระดับลง การจราจรกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยด้านหน้าโรงพักยังมีน้ำขังถนน 2 ช่องจราจร ซึ่งเป็นทางคู่ขนาน ระดับน้ำสูงประมาณ 20-30 ซม. ส่วนพื้นที่ลานจอดรถในโรงพัก น้ำลดลงหมดแล้ว
นายสุรชัย ท้องช้าง อายุ 29 ปี ลูกจ้างดูแลเครื่องสูบน้ำเทศบาลนครปากเกร็ด ประจำสถานีสูบน้ำหน้า สภ.ปากเกร็ด กล่าวว่า เมื่อวาน(6 ก.ย.) ตนเองไม่ได้อยู่เวร แต่ทราบว่ามีฝนตกหนัก ทำให้น้ำท่วมขังสูงถึงด้านหน้าสถานี น่าจะประมาณ 80 ซม. เทศบาลเร่งสูบน้ำซึ่งมีทั้งหมด 4 เครื่อง ตลอดทั้งคืน เช้านี้ตนเองเข้าเวรได้เดินสำรวจตามท่อระบายน้ำว่ามีขยะอุดตันหรือไม่ และคอยดูเครื่องสูบน้ำไม่ให้น้ำมันหมด เพื่อเร่งสูบน้ำที่ค้างอยู่ออกให้หมด หากฝนไม่ตกลงมาเพิ่ม
ด้านนายชาย (นามสมมุติ) พ่อค้าร้านอาหารด้านข้างโรงพัก กล่าวว่า เมื่อวานเย็นฝนตกหนักมาก มีน้ำไหลจากห้างค้าวัสดุก่อสร้างลงมาด้านหน้า สภ.ปากเกร็ด ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำท้องกระทะ ทำให้รถยนต์เครื่องดับหลายคัน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องคอยเข็นหนีน้ำให้ โชคดีที่รถยังขับต่อได้ จนเมื่อคืนช่วง 21.00 น.น้ำเข้าท่วมลานจอดรถในโรงพักทั้งหมด โดยด้านหน้าโรงพักนั้นระดับน้ำสูงถึงต้นขา