svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ประชาสัมพันธ์

"วอลล์สตรีท" ปูพรมขยายสาขาทั่วประเทศ

24 พฤษภาคม 2566
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

เวฟเอกซ์โพเนนเชียล รุกหนักธุรกิจสอนภาษาวอลล์สตรีท ปูพรมขยายสาขา-ขายแฟรนไชส์ทั้งในประเทศและเซาส์อีสเอเชีย เจาะกลุ่มคนอายุ 15 ปีขึ้นไป  ตั้งเป้าหมายปี 68 มีสาขารวม 21 แห่งจากปัจจุบัน 13 สาขา มีรายได้ทะลุ 1 พันล้านบาท 

นายกิจชาญพิชญ์ สุกังวานวิทย์ กรรมการบริหารบริษัทเวฟ เอกซ์โพเนนเชียล จำกัด (มหาชน) หรือ WAVE เปิดเผยถึงการดำเนินธุรกิจของบริษัท Wave Education Group  ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจสอนภาษาอังกฤษวอลล์สตรีท (Wallstreet) ว่า  ปีนี้บริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายสาขาการให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ

โดยจะเป็นการขยายสาขา 2 รูปแบบ ทั้งระบบแฟรนไชส์ และการเปิดสาขาเอง จากปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 13 สาขา รวมสาขาแฟรนไชส์ 2 สาขา  ซึ่งในปีนี้คาดว่ายอดขายรวมจะอยู่ที่ประมาณ 500-550  ล้านบาท  จากปี 65 มียอดขายประมาณ 286.โดยตั้งเป้าปี 2568 ปีจะมีสาขารวมทั้งหมด 21 สาขา และยอดขายปรับขึ้นสู่ระดับ  1,000 ล้านบาท

 

สำหรับแบรนด์ Wallstreet ถือเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่ได้รับการยอมรับ เนื่องจาก บริษัทมีความพร้อมทั้งเรื่องของหลักสูตร, นวัตกรรม และ กิจกรรมต่างๆ เพื่อทำให้นักเรียนได้เพิ่มศักยภาพในด้านภาษาให้ได้มากที่สุดซึ่งในอนาคต Wave Education ตั้งเป้าหมายจะขยายขอบเขตให้ครอบคลุมทุก Segment โดยมองที่กลุ่ม ต่ำกว่า 15 ปี ลงไป 

“เราเริ่มการเปิด Platform franchise เมื่อต้นปีที่ผ่านมา  ได้ผลตอบรับค่อนข้างดี มีผู้สนใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เราได้เซ็น MOU กับทางพันธมิตร ในจังหวัดชลบุรี เพื่อเปิดเฟรนไชส์ ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ศรีราชา คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ต้นไตรมาส4 ของปีนี้"

ขณะที่ต่างประเทศเราให้น้ำหนักไปที่เซาส์อีสเอเชีย โดยมีการเตรียมตัวเพื่อจะไปเปิดตลาดใน 2 ประเทศ คือ ประเทศลาว และ กันพูชา ซึ่งมองว่ามีโอกาสสูงในการ เปิดทั้ง 2 ประเทศในปีนี้ เพราะเราเชื่อในศักยภาพของแบรนด์ Wallstreet และทีมงานของเรา ที่เปิดดำเนินการทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ทั้งเรื่องระบบ และ หลักสูตรว่าสามารถทำการตลาด เพื่อเข้าถึงผู้บริโภค ในประเทศต่างๆ ได้เป็นอย่างดี 


ทั้งนี้สถาบันสอนภาษาอังกฤษ Wallstreet มีการดำเนินการทั่วโลกมากกว่า 50 ปี และในประเทศไทยได้เปิดดำเนินการมากว่า 20 ปีตั้งแต่ปี 2546 (2003) โดยมีนักเรียนกว่า 100,000 คนที่จบหลักสูตร มียอดขายสูงที่สุดใน Asia มีส่วนแบ่งตลาด ในส่วนของกลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยมกว่า 35%

“เราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันประชาชนในประเทศ เพื่อให้สามารถนำความรู้ด้านภาษาไปใช้เพื่อพัฒนาทั้งเชิงความสามารถ เพิ่มขีดจำกัดในการเรียนรู้  และด้านธุรกิจ ของแต่ละภาคส่วน ซึ่งในความเป็นจริง ประเทศไทยเอง เป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศเลือกเดินทางมาเที่ยวเป็นอันดับต้นๆ เราเองเชื่อว่าการศึกษา และ คุณภาพด้านภาษา จะสามารถช่วยพัฒนาศักยภาพของคนไทย และระบบการเรียนรู้ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว หรือ นักลงทุนจากต่างชาติในอนาคต” 

logoline