"ผศ.ดร.ศิริเดช" กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับหลักสูตรปริญญาตรีบัญชีดิจิทัล ของ CIBA เน้นการสร้างบัณฑิตที่พร้อมด้วยความรู้อย่างมืออาชีพ ที่ผสานทักษะ ทั้งด้านการบัญชี บริหารธุรกิจและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ดังนั้น หลักสูตรจึงเน้นการพัฒนาศักยภาพของบัณฑิตให้มีความรู้ทางวิชาชีพบัญชี โดยเข้าถึงองค์ความรู้และการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งบูรณาการเทคโนโลยีสารสนเทศกับวิชาชีพบัญชี ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบการเงิน และระบบเศรษฐกิจของประเทศ
โดยเปิดรับทั้งภาคปกติ หลักสูตร 4 ปี สำหรับผู้ที่จบมัธยมปลาย หรือ กศน. และภาคพิเศษ เรียนเฉพาะเสาร์อาทิตย์ สำหรับคนทำงาน หรือ หลักสูตร 2 ปี สำหรับผู้ที่จบวุฒิการศึกษา ปวส. หรือปริญญาตรีใบที่ 2 และ ภาคพิเศษเรียนวันอาทิตย์วันเดียว ซึ่งเหมาะสำหรับคนวัยทำงาน
“ข้อดีของหลักสูตรภาคพิเศษสำหรับคนวัยทำงาน คือ สามารถนำเวลาการทำงานในสถานประกอบการของตนเองมานับเทียบเป็นชั่วโมงการฝึกงานได้ ทำให้ผู้เรียนสามารถจบการศึกษาภายในระยะเวลาอันสั้นได้
โดยอาจเรียนจริงๆ ประมาณ 10 เดือน ข้อดีอีกหนึ่งประการของหลักสูตรนี้ คือ การเรียนของเราเป็นลักษณะบล็อคคอร์สรายวิชา คือ เรียนเป็นรายวิชาไป จบวิชานี้จึงจะเรียนวิชาถัดไป ซึ่งผู้เรียนสามารถสมัครเข้ามาเรียนช่วงใดก็ได้ เช่น สมัครเข้ามาช่วงบล็อค 1 กำลังสอนอยู่ ก็รอเรียนตอนบล็อค 2 ได้ เป็นหลักสูตรที่ยืดหยุ่นสำหรับผู้เรียนมากๆ ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้ามาเรียนได้ตลอดเวลา
นอกจากนี้ เรายังนำไอทีจำนวนมากมาใช้สำหรับการเรียนการสอน ที่สำคัญหลักสูตรของเราเน้นการทำโปรเจค ปฏิบัติจริง 70% ทฤษฎี 30% นำความรู้จริงมาสอนให้ฝึกปฏิบัติ บัณฑิตที่จบออกไปจะมีความรู้และทักษะที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและยุคสมัยที่เปลี่ยนไป” ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าว
ผู้สนใจสมัครจะได้รับทุนการศึกษา 15,000 บาท พร้อมอุปกรณ์การศึกษา (IPAD และ Apple Pencil) โดย สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ciba.dpu.ac.th/