เนชั่นทีวี

ข่าว

“อภิสิทธิ์” เหน็บ “อนุทิน” อย่ามองซักฟอกเป็นพิธีกรรม-ต้องบริหารเวลาได้

21 ต.ค. 2569 | katchatapong_lee

“อภิสิทธิ์” เหน็บ “อนุทิน” อย่ามองซักฟอกเป็นพิธีกรรม-ต้องบริหารเวลาได้

“อภิสิทธิ์” เหน็บ “อนุทิน” อย่ามองซักฟอกเป็นพิธีกรรม ลั่นเคยเป็นนายกฯ มาก่อน รู้ดีบริหารเวลาได้ – หยุดด้อยค่าสภาฯ - ไม่ทราบ “กล้าธรรม” เตรียมย้ายซบ “ภูมิใจไทย”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ กล่าวถึงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 18 คน ที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า ฝ่ายค้านได้มีการพูดคุยกัน ในการกำหนดเวลาการอภิปรายประมาณ 5 วัน เพื่อให้อภิปรายได้อย่างครบถ้วน และไม่ใช่เรื่องรัฐบาล จะระบุสะดวกตอบกี่วัน หรือวันใด ดังนั้น จึงหวังว่า ในการประชุม 3 ฝ่าย ทั้งวิปรัฐบาล ฝ่ายค้าน และคณะรัฐมนตรี จะมีทางออกในการกำหนดเวลา ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ อาจไม่ได้อภิปรายรัฐมนตรีครบ 18 คน แต่อาจจะอภิปราย 4-5 คน แต่พรรคประชาชน มีข้อมูลรัฐมนตรีทั้ง 18 คน

 

ส่วนภารกิจนายกรัฐมนตรีนั้น นายอภิสิทธิ์ มองว่า ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี จะไม่ว่างไปตลอด แต่ก็จะต้องบริหารจัดการให้ได้

ส่วนที่นายกรัฐมนตรี ยอมลดเวลาการชี้แจงของรัฐมนตรี เพื่อให้ สส.ฝ่ายค้านอภิปรายนั้น นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นเช่นนั้น และตนยังสงสัย เหตุใดนายกรัฐมนตรี จะลดเวลาการชี้แจงของตนเอง และอยากให้นายกรัฐมนตรี กลับไปทบทวนการด้อยค่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงมองเป็นเพียงพิธีกรรมที่ปล่อยผ่านไปให้เสร็จ ๆ ทั้งที่ เป็นกระบวนการสำคัญในการตรวจสอบ ตามระบอบประชาธิปไตย ที่ฝ่ายค้าน ประสงค์นำเสนอข้อมูล และต้องการคำตอบ และให้ สส.ทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ได้ฟังการอภิปราย และการชี้แจงอย่างเต็มที่ ก่อนตัดสินใจลงมติ

 

นายอภิสิทธิ์ ยังเห็นว่า หากเคารพกระบวนการประชาธิปไตย ก็จะไม่มีปัญหาในการจัดการเวลา ซึ่งตนเองก็เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว

ส่วนที่นายกรัฐมนตรี อ้างภารกิจการเดินทางเยือนต่างประเทศ หรือการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่นั้น นายอภิสิทธิ์ เห็นว่า ก็ไม่เป็นไร หากนายกรัฐมนตรีไม่สะดวก ก็สามารถกำหนดการอภิปรายวันอื่นได้ เพราะหากมีนัดหมายที่จำเป็น ฝ่ายค้านมีความเข้าใจอยู่แล้ว แต่ตนไม่เชื่อว่า จะไม่สามารถบริหารจัดการ เพื่อให้สภาฯ ได้ใช้เวลา 1 สัปดาห์ในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ ตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ

 

ส่วนที่มีการประเมินหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการโยกย้าย สส.ของพรรคกล้าธรรม มายังพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ตนเองไม่ทราบ เพราะตนไม่ได้สังกัดทั้ง 2 พรรค แต่ก็ได้ยินจากสื่อมวลชน และพรรคประชาธิปัตย์ ยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล

 

ส่วนโอกาสการควบรวมพรรคการเมืองจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า ตามรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถควบรวมได้ แต่ใช้วิธีการขับออกจากพรรค และไปสังกัดพรรคใหม่ ซึ่งไม่สามารถสอบถามตนได้ จะต้องไปสอบถามพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรมว่า มีเหตุผลอย่างไร

ข่าวล่าสุด