ส่วนข้อสังเกตว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการสู้กับพรรคการเมืองเบื้องหลัง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หากมีข้อสังเกตก็ต้องมีกระบวนการพิสูจน์ให้ชัดเจน แต่ส่วนตัวอยากให้ยอมรับผลการเลือกตั้ง และมองในมุมการขับเคลื่อนงาน ไม่ว่าจะมาจากฟากไหน ฝั่งไหน หรือสีอะไร หากมีอุดมการณ์ขับเคลื่อนสำนักงานประกันสังคมเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตน ก็พร้อมทำงานร่วมกันได้ตามกลไกที่มีอยู่
เมื่อถามถึงกรณีที่ฝั่งนายจ้างและลูกจ้างมาจากกลุ่มเดียวกัน อาจกระทบต่อกลไกไตรภาคีและการถ่วงดุลอำนาจ นายจุลพันธ์ อธิบายว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องดูกันต่อไป โดยหลักการมติแรงงานจะต้องยึดหลักไตรภาคี(รัฐ-นายจ้าง-ลูกจ้าง) ในการขับเคลื่อน ซึ่งเป็นกลไกหลักระดับสากลที่มีมานาน เพื่อสร้างสิทธิให้แรงงานต่อรองพูดคุยได้ในน้ำหนักที่เท่าเทียม ซึ่งวันนี้ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ก็มีประโยชน์อยู่ เมื่อผลเลือกตั้งออกมาว่าสองฝ่ายมาจากกลุ่มเดียวกัน ในฐานะรัฐมนตรีกำกับดูแล จะต้องเข้าไปดูรายละเอียดและพูดคุยต่อไป เพื่อให้การขับเคลื่อนสำนักงานประกันสังคมยังคงยืนยันในหลักการไตรภาคี
เมื่อถามว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาอย่างนี้ ทำให้มองว่าแทนที่จะเป็นไตรภาคีก็เหลือ 2 ขา แบบนี้จะทำให้การทำงานเร็วขึ้นหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่ตนต้องไปกำกับดูแล อย่าเพิ่งไปตัดสินว่าทิศทางการขับเคลื่อนของบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่จะมีทิศทางอย่างไร แต่ตามกระบวนการต้องให้ความสำคัญกับทุกฝ่ายในรูปแบบไตรภาคี คือ รัฐ ลูกจ้าง นายจ้าง จะต้องมีสิทธิมีเสียง และได้รับการคุ้มครองในสิทธิของตนที่เหมาะสม
นายจุลพันธ์ ยังย้ำว่า ต้องให้ความสำคัญทั้งฝ่ายลูกจ้างและนายจ้างอย่างเหมาะสม ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่เทไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หรือขับเคลื่อนนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อย่างไรก็ตามไม่ได้กังวลเรื่องสัดส่วนเสียงลงมติ 14 ใน 21 เสียง เพราะแต่ละมติต่างมีแนวคิดหลักการที่อาจแตกต่างกัน และแนวทางลดค่าใช้จ่ายบริหารจัดการให้อยู่ในกรอบ 3% หรือนโยบายอื่นๆ ของกลุ่มผู้ชนะ ก็ไม่ได้แตกต่างจากแนวทางที่กระทรวงแรงงานพร้อมขับเคลื่อนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีข้อกังวลว่า พรรคการเมืองหนึ่งสามารถทำได้ อนาคตอาจมีพรรคการเมืองอื่นยึดโมเดลเข้ามาแทรกแซงกินรวบประกันสังคม นายจุลพันธ์กล่าวว่า โดยหลักการฝ่ายการเมืองไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงประกันสังคมได้ กลุ่มที่มาลงสมัครก็ไม่ได้มาในนามองคาพยพของพรรคการเมือง แต่เป็นการรวมตัวทางอุดมการณ์ ซึ่งในอนาคตหากมีพรรคการเมืองพยายามเข้ามาแทรกแซง ก็ต้องใช้กลไกป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของกลุ่มตน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลมีหน้าที่กำกับดูแลแต่ไม่เข้าไปแทรกแซง เชื่อมั่นว่าการตัดสินใจของผู้ประกันตนจะได้คนที่พร้อมมาพัฒนาและทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงาน
เมื่อถามว่า กรณีที่ นายพนัส ไทยล้วน อดีตบอร์ดประกันสังคม กล่าวอ้างว่าหากทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะเพราะมีพรรคการเมืองหนุน และหากตนเองจะทำบ้างจะขอความช่วยเหลือจากนายทักษิณ ชินวัตร และนายจุลพันธ์ นั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว และที่ผ่านมาไม่ได้มีการพูดคุยกันตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งจนกระทั่งมาถึงวันนี้ แม้จะเคยเจอกันอยู่หนึ่งครั้ง แต่เป็นขับเคลื่อนมติอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามหากมีการพบปะจะมีการพูดคุยกันเรื่องอื่น ถ้าจะมาคุยเรื่องการเลือกตั้งคงไม่มีประเด็นที่จะหารือ
เมื่อถามว่า ในวันที่มีการเลือกตั้ง 11 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางโซเชียลมีเดียมีการโพสต์ข้อความเชิญชวนให้คนไปเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เมื่อเสร็จแล้วให้มารับของตอบแทน เช่น 1 แถม 1 หรือ รับสินค้าฟรี และมี สส. ของพรรคการเมืองหนึ่งแชร์ข้อความโพสต์นั้นออกไปนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็น ไม่รู้เรื่องพรรคไหนแจก สีอะไร ยังไม่เห็น แต่ถ้ามีการร้องเรียนเข้ามาก็ต้องมีกระบวนการสอบสวน
เมื่อถามย้ำว่า กรณีไม่ได้มีการระบุเบอร์ผู้สมัคร ถือว่าเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ก็ต้องไปดูองค์ประกอบตนยังบอกไม่ได้เพราะต้องไปดูข้อกฎหมาย