เนชั่นทีวี

ข่าว

ปชป.อัด "นายกอนุทิน" ดูแคลนซักฟอก ลุยเปิดแผล "ระบอบ น.หนู"

11 ต.ค. 2569 | titayu_pur

ปชป.อัด "นายกอนุทิน" ดูแคลนซักฟอก ลุยเปิดแผล "ระบอบ น.หนู"

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค ปชป. ชี้ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี เปิดหน้ากากระบอบ น.หนู เอื้อพวกพ้อง ยันไม่ใช่นิยายหรือบันเทิงอธิปไตย

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค ปชป. ชี้ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี เปิดหน้ากากระบอบ น.หนู เอื้อพวกพ้อง ยันไม่ใช่นิยายหรือบันเทิงอธิปไตย

KEY

POINTS

  • อัดรัฐบาลเหยียดหยามสภา: "สาทิตย์" ตำหนิ "อนุทิน-โฆษกรบ." ดูแคลนการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ชี้คำพูดสะท้อนการไม่ให้เกียรติระบบตรวจสอบประชาธิปไตย
  • ชูธีมซักฟอก "ระบอบ น.หนู": แฉพฤติกรรมใช้ประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือเข้าสู่อำนาจ ครอบงำ ส.ว.-องค์กรอิสระ และแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเอื้อพวกพ้อง
  • ลุยเชือด 18 รมต. คาดเริ่มต้น พ.ย.: ยันยื่นซักฟอกไม่ใช่เกมการเมืองหรือบันเทิงอธิปไตย พร้อมขอเวลา 5 วัน เปิดแผลความเสียหายของชาติในสภา

11 ตุลาคม 2569 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล และโฆษกรัฐบาล กรณีถูกด้อยค่าการยื่น อภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยฝ่ายค้านเตรียมเปิดเวทีซักฟอก 18 รัฐมนตรี ภายใต้ธีม "ระบอบ น.หนู" ชี้เป็นการใช้อำนาจบิดเบือน เบียดบังทรัพย์สินแผ่นดิน และแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม พร้อมย้ำชัดกระบวนการนี้ไม่ใช่เกมการเมือง หรือบันเทิงอธิปไตย แต่เป็นการปฏิบัติตามระบบตรวจสอบของรัฐสภา โดยตั้งเป้าเปิดอภิปราย 5 วัน ช่วงปลายเดือน ต.ค. ถึงต้น พ.ย. นี้

 

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังจากที่พรรคการเมืองฝ่ายค้าน 6 พรรคได้ยื่นญัตติไปแล้ว ย้ำถึงเหตุผลการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากการให้สัมภาษณ์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงนายเอกภพ เพียรวิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีท่าทีเหยียดหยามและดูแคลนญัตติและการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

 

เช่น คำพูดที่บอกว่า “เมื่อฝ่ายค้านไม่มีอะไรจะทำ ก็ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ชี้ว่าคำพูดของนายกรัฐมนตรีดังกล่าว ตอกย้ำให้เห็นว่าญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นข้อเท็จจริง เป็นความจำเป็น เนื่องจากส่วนหนึ่งญัตติเขียนถึงนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย การพูดลักษณะนี้ถือว่าไม่ให้เกียรติและไม่ให้ความสำคัญต่อระบบการตรวจสอบของรัฐสภาและกระบวนการประชาธิปไตย ตรงนี้เป็นหลักสำคัญที่ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และพวก มีความไม่น่าไว้วางใจ ในญัตติฯ ได้เขียนคำว่าระบอบ 2 คำ คือ ระบอบน้ำเงิน - ระบอบ น.หนู คำว่าระบอบน้ำเงินอธิบายไปมากแล้ว

“เพิ่มเติม ระบอบ น.หนู เป็นเสมือนธีมอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ มีความหมายถึงการที่นายอนุทินกับพวกใช้ระบอบประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือเข้าสู่อำนาจ โดยไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้องและความถูกผิด ใช้กลยุทธ์กลวิธีต่างๆ รวมถึงการลงทุนอย่างมหาศาล เพื่อได้มาซึ่งอำนาจ เห็นชัดจากการรวบรวมบรรดาบ้านใหญ่ทั่วประเทศก่อนการเลือกตั้งปี 2569 เมื่อรวบรวมบ้านใหญ่ได้แล้วมีกระบวนการเข้าสู่อำนาจ และเชื่อมโยงความพยายามครอบงำที่มาของ สว. ทำให้ สว. มีความแนบแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับตัวระบอบ น.หนู” นายสาทิตย์ กล่าว

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ส.ว. มีอำนาจสำคัญคือการแต่งตั้งองค์กรอิสระ ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายการเมืองและฝ่ายบริหาร เห็นได้ชัดจาก สว. ที่เกี่ยวพันกับพรรคภูมิใจไทยหรือสีน้ำเงิน มีการแต่งตั้งกรรมการองค์กรอิสระที่มีการยืนยันในการทำหน้าที่ในทางที่เอื้อประโยชน์ต่อนักการเมืองฝ่ายของระบอบ น.หนู ขณะเดียวกันคนในพรรคภูมิใจไทยและระบอบ น.หนู ยังครองอำนาจในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นที่มาของระบอบ น.หนู

 

จึงไม่น่าแปลกใจว่าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครอบคลุมถึง 18 รัฐมนตรี และข้อเท็จจริงคือพรรคประชาธิปัตย์มีผู้ที่อยู่ในข่ายการอภิปรายไม่ถึง 18 คน แต่เมื่อยื่นครบทั้ง 18 คน มีข้อเท็จจริงประการหนึ่ง หลังจากที่ได้แลกเปลี่ยนกัน บรรดาผู้ที่ทำงานฝ่ายค้าน คนทั้งหมดที่ถูกอภิปราย มีการกระทำในลักษณะเดียวกันหรือคล้ายกัน เชื่อมกันเป็นขบวนการของการใช้อำนาจและมีพฤติกรรมการบริหารราชการแผ่นดินที่ไม่น่าไว้วางใจ จึงเป็นที่มาของการยื่นญัตติอภิปรายรัฐมนตรีจำนวนมากในครั้งนี้

 

นายสาทิตย์ เน้นย้ำว่าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการตรวจสอบขั้นสูงสุดขั้นหนึ่งในรัฐธรรมนูญ กระบวนการนี้ไม่ได้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์การทำงานของฝ่ายค้าน ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารว่าดีมากน้อยเพียงใด ซึ่งตลอดที่ผ่านมาได้พบพฤติกรรมที่เชื่อว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปทั้ง 18 คน

 

ส่วนรัฐมนตรีที่อยู่ในเครือข่ายข้อกล่าวหาของพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย ส่วนที่ 1. เข้าไปในทางส่อทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งมีความชัดเจนที่เกี่ยวพันไปยังรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ส่วนที่ 2. ส่อไปในทางกระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จะเป็นข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีอีกหลายคน ส่วนที่ 3. มีการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่ 4. ข้อกล่าวหาปล่อยปละละเลยให้คนใกล้ชิดและพวกพ้องแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ส่วนที่ 5. แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม จะชี้เห็นว่าคนในระบอบ น.หนู นอกจากครอบงำกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลแล้ว เมื่อมีคดีความใดที่เกี่ยวพันถึงคนพวกพ้องจะมีการใช้อำนาจไปแทรกแซงเรื่องนั้น เข้าข่ายแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

“นี่เป็นข้อกล่าวหาเบื้องต้น ที่จะเรียนไว้ว่าในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ได้รวบรวมบรรดาข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหลาย เราคิดว่าการอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่เกมการเมือง ไม่ใช่เรื่องการทำลายเครดิตของรัฐบาล แต่จะเป็นการเปิดโปงข้อมูลที่ได้มาจากการตรวจสอบและเห็นชัดว่าภายใต้หน้ากากของความรักชาติ คือการใช้อำนาจหน้าที่ที่บิดเบือนฉ้อฉล เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องและเบียดบังทรัพย์สินของแผ่นดิน ด้วยกระบวนการที่ไปแทรกแซงการทำหน้าที่ของฝ่ายราชการถึงขั้นมีการทำเอกสารเท็จ เพื่อแสดงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงจัง” นายสาทิตย์ กล่าว

นายสาทิตย์ ระบุต่อว่า แม้มีความพยายามจะบอกว่าเป็นบันเทิงอธิปไตยก็แล้วแต่ แต่ไม่เห็นว่าการทำผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องบันเทิง และไม่เห็นว่าความเสียหายจากการเบียดบังสมบัติชาติเป็นเรื่องบันเทิง ไม่เห็นว่าการที่คนต้องเสียหายหมดตัวจากความผิดพลาด เหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมและการจัดการน้ำท่วมที่ล้มเหลวเป็นความบันเทิง การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่ความบันเทิง แต่เป็นความเจ็บปวดของคนในชาติบ้านเมืองนี้ ที่ต้องให้คนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาลมาเปิดโปงข้อเท็จจริง และการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้จบลงด้วยเสียงใครมากกว่าในสภาเท่านั้น

 

โดยเชื่อว่าข้อมูลข้อเท็จจริงจะนำไปสู่การเปิดโปงความจริงให้สังคมได้เห็นว่า เบื้องหลังหน้ากากความรักชาติคือความเน่าเฟ๊ะอย่างไรของคนในระบอบ น.หนู โดยคาดว่า ช่วงเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านไม่น่าจะเกินช่วงปลายเดือนตุลาคม และไม่ควรเลยช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ยืนยันเวลาขอ 5 วันอภิปรายเป็นเวลาที่เหมาะสม สอดคล้องกับรัฐมนตรี 18 คนที่ถูกยื่นญัตติ เฉลี่ยอภิปรายวันละ 4 คน หวังว่าจะไม่เจอขบวนการถ่วงรั้งการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านจากรัฐบาลที่มีท่าทีเหยียดหยามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน เปรียบเป็นการเหยียดหยามประชาชนเช่นกัน

 

ข่าวล่าสุด