ไทยโชว์ผลงานเวทีรัฐสภาโลก ดันธรรมาภิบาล AI-ปราบสแกมเมอร์
11 ต.ค. 2569 | titayu_pur

ปิดฉากประชุมรัฐสภาโลก IPU ครั้งที่ 153 ไทยโชว์ศักยภาพเวทีนานาชาติ ดัน “นพดล อินนา” นั่งประธาน AI พร้อมโชว์ผลงานปราบสแกมเมอร์ข้ามชาติ
ข่าว
11 ต.ค. 2569 | titayu_pur

ปิดฉากประชุมรัฐสภาโลก IPU ครั้งที่ 153 ไทยโชว์ศักยภาพเวทีนานาชาติ ดัน “นพดล อินนา” นั่งประธาน AI พร้อมโชว์ผลงานปราบสแกมเมอร์ข้ามชาติ
KEY
POINTS
11 ตุลาคม 2569 คณะผู้แทนรัฐสภาไทย นำโดย นายมงคล สุระสัจชา ประธานวุฒิสภา ร่วมปิดฉากการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา (IPU) สมัยที่ 153 โดยไทยประสบความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ ดร.นพดล อินนา ได้รับเลือกเป็นประธานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เดินหน้าชูธง ธรรมาภิบาล AI พร้อมโต้กัมพูชาปมพิพาทชายแดน ขณะที่ หมอวี นพ.วีระพันธ์ รายงานความก้าวหน้าวาระด่วน ปราบสแกมเมอร์ ข้ามชาติ ยึดทรัพย์เครือข่ายไซเบอร์ผ่านระบบ SHIELD สร้างชื่อเสียงให้ รัฐสภาไทย บนเวทีโลก
เสร็จสิ้นแล้วสำหรับการประชุมใหญ่สมัชชาสหภาพรัฐสภา หรือ IPU หรือ “การประชุมรัฐสภาโลก” สมัยที่ 153 ที่เมืองอารูชา ประเทศแทนซาเนีย ซึ่งการประชุมเดียวกันนี้ในสมัยที่ 151 เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจัดขึ้นที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ มีการปะทะกันระหว่างผู้แทนไทยกับกัมพูชา ในการกล่าวสุนทรพจน์หรือเสนอรายงานในเวทีต่างๆ ของการประชุม โดยเกือบทุกรอบ ฝ่ายกัมพูชาจะชิงกล่าวหาไทยเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดน ทำให้ฝ่ายไทยต้องเตรียมคำชี้แจงและตอบโต้กลับอย่างสมน้ำสมเนื้อ เพื่อไม่ให้เวทีโลกเข้าใจไทยผิด
และการประชุมรอบล่าสุดนี้ก็เช่นกัน นายอุช โบฤทธิ์ รองประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ขึ้นกล่าวโจมตีไทยอีกครั้ง ทำให้ นายธนรัช จงสุทธนามณี หรือ สส. ต้นน้ำ สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ขึ้นกล่าวตอบโต้และชี้แจงประเด็นต่างๆ จนได้รับความเข้าใจเป็นอย่างดี และไม่ปล่อยให้กัมพูชากล่าวหาฝ่ายเดียว
สำหรับการประชุม IPU สมัยที่ 153 นี้ มี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา นำคณะสมาชิกรัฐสภาไทยไปร่วมประชุม โดยนอกจากจะมีจังหวะตอบโต้กับกัมพูชาแล้ว ไทยยังได้รับการยอมรับจากเวทีนานาชาติ เนื่องจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา ได้รับเลือกให้เป็นประธานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ IPU เป็นคนแรกของประเทศไทยด้วย
เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่เลยทีเดียว เนื่องจากประธานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในเวทีรัฐสภานานาชาติ โดยเฉพาะการออกมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมจริยธรรมการใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI
ก่อนปิดการประชุม IPU ดร.นพดล ได้ขึ้นกล่าวรายงานความคืบหน้าเป็นภาษาอังกฤษ ในงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต่อที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหภาพรัฐสภา
ประเด็นสำคัญคือ
รัฐสภาไม่ควรปรึกษาหารือกับนักวิทยาศาสตร์เฉพาะในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตเท่านั้น แต่จำเป็นต้องมีหุ้นส่วนความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อประยุกต์ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ที่น่าเชื่อถือเป็นฐานในงานนิติบัญญัติ
มีการหยิบยกเกี่ยวกับความเป็นจริงที่น่าวิตกของสภาพภูมิอากาศในฟิจิ และภูมิภาคแปซิฟิกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญ
วาระการประชุมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่วนใหญ่ครอบคลุมเรื่องปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เพราะเห็นพ้องกันว่าเทคโนโลยีกำลังรุดหน้าไปเร็วกว่าระบบธรรมาภิบาล พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการจัดตั้งศูนย์สังเกตการณ์ AGI หรือ “ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป” ในระดับโลก ท่ามกลางความกังวลของการพัฒนาความสามารถของ AI จนกระทบต่อมวลมนุษยชาติ จึงต้องกระตุ้นให้มีการประเมินเทคโนโลยีเชิงป้องกันล่วงหน้า และการเฝ้าระวังการใช้งานสองทาง
รัฐสภาโลกจะต้องให้ความสำคัญกับการกระจุกตัวของอำนาจทางดิจิทัลและความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี
สำหรับทิศทางตามยุทธศาสตร์ของสหภาพรัฐสภา ปี พ.ศ. 2570–2575 จะมีการขยายแนวทางปฏิบัติและการสร้างสมรรถนะของ IPU ในกฎบัตร IPU ว่าด้วยจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงเรื่องธรรมาภิบาล AI ในภาพรวม
อีกหนึ่งเวทีที่สมาชิกรัฐสภาไทยมีบทบาทอย่างสูง ก็คือเวทียุวสมาชิก IPU โดย นายแพทย์วีระพันธ์ สุวรรณามัย สมาชิกวุฒิสภา ได้ขึ้นกล่าวรายงานความก้าวหน้าของไทยในการจัดทำระเบียบวาระเร่งด่วน หรือ Emergency Item เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์และสแกมเมอร์ ตามที่ไทยเสนอ และได้รับการตอบรับให้ไทยเป็นเจ้าภาพจากสหภาพรัฐสภา เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อคราวการประชุม IPU ครั้งที่ 151 เมื่อปีที่แล้ว
โดยนายแพทย์วีระพันธ์ หรือ "หมอวี" ได้ร่วมนำเสนอผลการดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามข้อมติที่ผ่านมาของสหภาพรัฐสภา หัวข้อ "บทบาทภาครัฐสภาเพื่อต่อกรกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมไซเบอร์และภัยคุกคามแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นภัยต่อประชาธิปไตยและความมั่นคงของมนุษย์" โดยไทยได้ดำเนินการที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
ยกระดับมาตรการปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
การระงับบริการที่ถูกใช้ในการกระทำความผิดและการคืนเงินแก่ผู้เสียหาย
การเสริมสร้างการบูรณาการและประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ โดยในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 รัฐบาลไทยรายงานการดำเนินคดีกับเครือข่ายมิจฉาชีพจำนวน 1,494 คดี ยึดทรัพย์ได้มากกว่า 57 ล้านบาท และให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย 808 ราย
นอกจากนี้ ไทยยังเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศผ่านระบบ SHIELD หรือ SCAM and Human Trafficking Information Exchange and Linked Database ซึ่งสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลอาชญากรรม พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเส้นทางการเงินข้ามพรมแดน เพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และสแกมเมอร์แบบครบวงจรด้วย
การเสนอรายงานของ “หมอวี” และการกล่าวสุนทรพจน์ของ ดร.นพดล อินนา ได้รับการตอบรับจากสมาชิก IPU ถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งหนึ่งของไทยในเวทีนานาชาติ